เมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา คุณหมออารมณ์ดีเจ้าของเพจ “หมอเจด” ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการอุจจาระเป็นเลือด ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลายชนิด และเป็นอาการที่พบได้บ่อยมาก จึงได้รวบรวมข้อมูลมาให้ดังนี้
อึเป็นเลือด…ต้องคิดถึงโรคอะไรบ้าง?
มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer)
อาการที่พบบ่อยคือ ถ่ายอุจจาระปนเลือดหรือมีมูกเลือด อุจจาระสีดำ หรืออาจมีอาการร่วม เช่น ปวดท้องไม่หาย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือตัวซีด ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ โอกาสรอดชีวิตจะลดลงเรื่อย ๆ
โรคแผลเปื่อยในกระเพาะอาหารหรือในลำไส้เล็กส่วนต้น (Peptic Ulcer Disease)
สามารถสังเกตอาการได้จากอุจจาระสีดำ ปวดท้อง คลื่นไส้ และอาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย หากไม่รีบรักษา อาจทำให้กระเพาะอาหารทะลุ หรือมีเลือดออกมากได้
โรคเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร (Esophageal Varices)
อาการเด่นคือ อุจจาระเป็นเลือดสีดำ หรืออาเจียนเป็นเลือด หากปล่อยไว้ อาจเสียเลือดมากจนช็อกได้
โรคหลอดเลือดในทางเดินอาหาร (Angiodysplasia)
อาการหลักคือ ถ่ายเป็นเลือด อ่อนเพลีย และเหนื่อยง่าย ยิ่งเลือดออกเยอะยิ่งอันตราย จึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้
โรคโครห์น (Crohn’s Disease)
เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของทางเดินอาหาร ทำให้ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด บางรายอาจมีอาการปวดท้องและท้องเสีย หากไม่รีบรักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้
โรคลำไส้อักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Infectious Colitis)
อาการที่ต้องระวังคือ ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ท้องเสีย และมีไข้ ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาชนิดของเชื้อ เนื่องจากเชื้อบางชนิดอาจทำให้อาการรุนแรงได้
ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids)
เป็นโรคที่พบได้บ่อย อาการคือมีเลือดสดหยดออกมาขณะขับถ่าย และอาจรู้สึกปวดหรือคันบริเวณรอบทวารหนัก ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี
แผลในลำไส้ใหญ่ (Diverticulosis and Diverticulitis)
อาการที่พบบ่อยคือ ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ปวดท้อง และมีไข้ หากปล่อยไว้จะเกิดการอักเสบและติดเชื้อได้
โรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดลำไส้ใหญ่ทะลุ (Ulcerative Colitis)
จะมีอาการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ปวดท้อง และท้องเสีย ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อควบคุมไม่ให้อาการรุนแรง
แผลเล็ก ๆ ในทางเดินอาหารส่วนล่าง (Anal Fissures)
อาการที่ชัดเจนคือ อุจจาระเป็นเลือดสด หรือปวดทวารหนักขณะถ่ายอุจจาระ โรคนี้รักษาไม่ยาก แต่ก็ไม่ควรประมาท ควรรีบไปพบแพทย์
ข้อควรปฏิบัติ
หากถ่ายเป็นเลือดหรือมีอาการใด ๆ ใน 10 โรคที่กล่าวมา ไม่ว่าจะรุนแรงหรือไม่ ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและรับการรักษา อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญคือ หลายคนอาจไม่เคยหันกลับไปดูอุจจาระตัวเองหลังทำธุระเสร็จ ขอแนะนำให้ลองทำดู เพื่อจะได้สังเกตความผิดปกติของร่างกายได้



