เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 13 ก.ย. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมกับว่าที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจและความมั่นคง เพื่อเตรียมจัดทำคำแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ว่า เป็นการประชุมเพื่อจัดทำร่างนโยบายของรัฐบาล ใน MOA ที่ระบุยุบสภาคือ 4 เดือน หลังจากแถลงนโยบาย ฉะนั้นเราต้องการให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว ทำนโยบายเตรียมพร้อมไว้ทันที ไม่ใช่เข้ามาแล้วไม่ทำนโยบาย เรามีนโยบายเตรียมพร้อม ทำหนังสือขอให้ประธานรัฐสภาเปิดประชุมเพื่อแถลงนโยบายและยุบสภาโดยเร็ว

เมื่อถามถึงนโยบายเร่งด่วนใน 4 เดือน นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ทำนโยบายเรียบร้อยก่อน เตรียมไว้หมดแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ได้พูดเอาไว้ เช่น การแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา การทำประชามติเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ทั้งนี้โครงการคนละครึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งการทำงานในช่วงระยะเวลา 4 เดือน ที่เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เรามีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน เราต้องใช้อย่างเต็มที่ แต่จะได้ถึงระดับไหน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยเฉพาะปัญหาชายแดน แต่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การนำสิ่งที่ประชาชนคาดหวังมาปัดฝุ่น เช่น โครงการคนละครึ่ง เป็นนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่เป็นอะไร เพราะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยว่าที่ รมว.คลัง บอกว่าถ้าจะขยับสิ่งเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์เพิ่มมากขึ้น มันจะมีเรื่องที่เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แต่โดยรวมประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์ ถ้าเราเน้นกลุ่มคนที่อยู่ในระบบภาษี จะทำให้คนเข้ามามีส่วนร่วมในการเสียภาษีและทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่ม

เมื่อถามต่อว่าใน 4 เดือนนี้ การันตีผลงานรูปธรรมแน่นอนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผลงานการทำงานของตนที่ผ่านมาก็มีผลงานเรื่อยๆ เมื่อถามย้ำว่า MOA จะทำให้มีความกดดันในการทำงานหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า  MOA แปลว่าอะไร ใครไปเรียกก็ไม่รู้ จริงๆ ไม่มี MOA ขยายมาจาก MOU แปลว่า Memorandum of Understanding คือการทำความเข้าใจ ต้องมีการจดบันทึก แต่ MOA แปลว่าข้อตกลง Agreement ไม่ต้องมี MO มีแต่ A 

เมื่อถามอีกว่าข้อตกลงสามารถผ่อนปรนได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราทำตามให้มากที่สุด ง่ายดี ไม่ต้องเถียงกับใคร อย่างน้อยตนก็ทำตามข้อ 4 และ 5 ไม่พยายามทำตัวเป็นเสียงข้างมาก และไม่คิดจะทำอยู่แล้ว รับสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อย ตามข้อตกลงที่ระบุว่าเริ่มนับ 4 เดือน หลังการแถลงนโยบาย ถ้ารอกระบวนการทูลเกล้าฯ และถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 สัปดาห์ แล้วแถลงนโยบายแปลว่าเจตนารมณ์เราไม่ดี ตนจึงทำเรื่องเสนอทูลเกล้าฯ เลย และร่างนโยบายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะนี้ต้องทำกรอบใหญ่ก่อน และให้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นมารับทราบด้วย ไม่ใช่ยัดเยียดเหมือนที่ผ่านมา เพราะพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปากมีเสียงเลย เป็นนโยบายของพรรคแกนนำอย่างเดียว เลยมีปัญหาทำงานไม่มีความสามัคคี ดังนั้นตอนนี้เรามีเวลาน้อย และมีเจตนารมณ์ร่วมกัน ก็เป็นไปตามนั้น.