เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์สุดช็อก หลังถูกอายัดบัญชีเงินฝากทุกธนาคารที่ตนถือครอง รวมทั้งบัญชีร่วมกับครอบครัว จนเงินติดลบหลักแสนบาท โดยเจ้าตัวระบุว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะ “ไม่รู้เรื่อง” แต่กลับกลายเป็นผู้ต้องหาคดีทางกฎหมาย
ผู้เสียหายเล่าว่า เหตุเริ่มจากมีเพื่อนนำเงิน 100 บาทที่ไปโกงผู้อื่นมาโอนเข้าบัญชีของตน โดยอ้างว่าเป็นการขอผ่อนเงินที่ยืมไว้ แต่กลับไม่ใช้บัญชีตนเองรับโอน ทำให้คู่กรณีไปแจ้งความที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ส่งผลให้บัญชีของผู้เสียหายถูกอายัดทันทีโดยไม่ทราบล่วงหน้า
“เกือบ 2 เดือนแล้ว โดนอายัดหมดทุกบัญชี ไม่ทันตั้งตัว ไม่มีการแจ้งเตือน เงินเก็บหายหมด แม้แต่บัญชีร่วมกับครอบครัวก็ถูกระงับ” ผู้โพสต์ระบุด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด
ทั้งนี้ เมื่อผู้เสียหายพยายามติดต่อธนาคารและตำรวจเพื่อชี้แจงความจริง กลับต้องเผชิญกับข้อหาหนักถึง 2 กระทง และถูกระบุว่าเข้าข่าย “บัญชีม้า” หรือ “บัญชีสีเทา” ส่งผลให้ไม่สามารถถอนอายัดได้ง่าย ๆ
เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงเงินดังกล่าว และพยายามเจรจากับคู่กรณีเพื่อคืนเงินให้โดยตรงเพื่อยุติคดี แต่กระบวนการยังคงยุ่งยากซับซ้อน และต้องเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไปแล้วจำนวนมาก
โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ต่อจำนวนมากในโลกออนไลน์ โดยหลายคนเข้ามาให้กำลังใจ พร้อมเตือนให้ประชาชนระวังการรับโอนเงินจากผู้อื่นโดยไม่ทราบที่มา เพราะอาจกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว
ขณะที่ชาวโลกออนไลน์ได้แชร์ประสบการณ์อันเจ็บปวดเช่น
คดีนี้เหมือนของเราเลยค่ะ ขายของออนไลน์ ก่อนส่งของให้ลูกค้าเราต้องให้เลขบัญชีสำหรับโอนเงิน มีโจรมาทำทีสั่งสินค้า และไปหลอกอีกคนให้โอนเงินเข้าบัญชีเรา แล้วเอาสลิปนั้นมาส่งให้เราแทน เราก็เลยส่งสินค้าให้โจรไป สรุปผ่านไป 1 เดือน มีตำรวจโทรมาบอกว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีเราแค่ 575 บาท แล้วไม่ได้รับสินค้า เขาเลยจะแจ้งความเราที่เป็นเจ้าของบัญชี แต่ให้เราไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีโดยโอนเงินคืนให้เขา
เราก็โอนคืนให้เลยวันนั้น 575 บาท แล้วตำรวจก็ทำเรื่องถอนแจ้งความให้ เรานึกว่าเรื่องจบแล้ว พอผ่านไป 5 เดือน บัญชีเริ่มโดนอายัดทีละบัญชีจนหมดที่เปิดด้วยเลขบัตรประชาชน เลยไปติดต่อธนาคาร ธนาคารเช็คให้และได้มาแค่เลข HR และให้ติดต่อ 1441 อีกที 1441 ก็ให้มาแค่เบอร์ติดต่อร้อยเวร และให้ไปตามเรื่องเอง เราก็ติดต่อร้อยเวรไป กลายเป็นว่าเป็นคดี 575 บาทวันนั้นที่ทำเรื่องถอนแจ้งความหน้า สน. ไปแล้ว แต่ที่โดนอายัดเพราะ 1441 อายัดเนื่องจากคู่กรณีแจ้งความออนไลน์ด้วย เรื่องมันจบแค่หน้า สน. แต่ 1441 ไม่รู้
กลายเป็นหน้าที่เราต้องเดินเรื่องใหม่หมด ตั้งแต่ ตำรวจ > สอท. > ปปง. ผ่านมา 3 ปีแล้วตอนนี้ เรื่องยังวนอยู่ที่ สอท. อยู่เลย จนเราต้องจ่ายค่าจ้างทนายไปหลายหมื่น ทนายเดินเรื่องต่อให้ได้ใบถอนแจ้งความมา ได้ใบสั่งยกฟ้องจากศาลมา มีเอกสารโอนเงินคืนคู่กรณีเรียบร้อย แต่เรื่องยังไม่จบ ต้องไปต่อที่ สอท. และ สอท. ต้องตรวจสอบอีก 90 วัน และต้องเข้าบอร์ดพิจารณาอีก ซึ่งบอร์ดมีเดือนละครั้ง แล้วถึงจะส่งเรื่องไปถึง ปปง.
อยากจะบอกว่าขั้นตอนอายัดมันแค่คลิกเดียว แต่การปลดอายัดนี่มันยิ่งใหญ่มหาศาลมากจริง ๆ!!
-อ่านแล้วท้อแทนเลยค่ะ
-ทีอย่างนี้อายัด ไวเลย ทีโดน คอลเซ็นเตอร์ดูดเงินแม่งถามร้อยแปดเงินไปหมด บช. แล้วยังทำเรื่องอายัดไม่ทันเลยยยโถถถหลายต่อหลายเคสแล้ว ธนาคารอ่ะตัวดีเลย
-เราก็เป็น 1ในคนที่โดนอายัด นี่ติดเสาร์อาทิตย์ทำอะไรไม่ได้เลย ควรแก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่ใช่แก้แบบโยนภาระให้ประชาชนตาดำๆ
-เมื่อ ประชาชนคิดว่าธนาคารไม่ปลอดภัย แล้วผู้บังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย จะว่างัย? ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วเหรอ?..อายัดทุก บช.แบบนี้ก็ไม่ไหวนะ..
-เคยโดนมาแล้วเหมือนกัน ธนาคารทำบัตรเครดิตให้ แต่เราไม่เคยคิดใช้และไม่เคยเปิดบัตรกะให้มันหมดอายุไปเอง อยู่ๆมีใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตมาที่บ้านยอดสูงด้วย รีบไปธนาคารพร้อมไอ้บัตรที่ไม่เคยเปิดใช้ เช็คข้อมูล โน่น นี่ บอกเรียบร้อย แค่นี้…ตั้งแต่นั้นมาปิด บ/ช ธนาคารนี้ และไม่ใช้บริการอีกเลย
-สงสัยธนาคาร แบงค์ชาติอยากจะโดนเหมือนเนปาลมั้งคะ
ขอบคุณเพจสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกร ขา่ว



