สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวเป็นครั้งแรกถึงการประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงลอนดอน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งระดมพลได้มากถึง 150,000 คน โดยนายทอมมี โรบินสัน นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาจัด ว่าในสหราชอาณาจักร ทุกคนมีสิทธิประท้วงอย่างสันติตามกฎหมาย เรื่องนี้เป็นหนึ่งในคุณค่าทางสังคมของประเทศ
อย่างไรก็ตาม สตาร์เมอร์กล่าวว่า การทำร้ายตำรวจซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ และการข่มขู่คุกคามบุคคลอื่นเพียงเพราะเรื่องเชื้อชาติหรือสีผิวที่แตกต่างกันนั้น “เป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่อาจยอมรับและเพิกเฉยได้”
People have a right to peaceful protest. It is core to our country’s values.
— Keir Starmer (@Keir_Starmer) September 14, 2025
But we will not stand for assaults on police officers doing their job or for people feeling intimidated on our streets because of their background or the colour of their skin.
Britain is a nation…
ขณะเดียวกัน ผู้นำสหราชอาณาจักรกล่าวว่า สหราชอาณาจักรเป็นชาติที่สร้างขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ บนพื้นฐานของความอดทน ความหลากหลาย และความเคารพ ธงชาติสหราชอาณาจักรสะท้อนความหลากหลายและความเคารพซึ่งกันและกัน รัฐบาลจะไม่ยอมให้ธงชาติกลายเป็นเครื่องมือและสัญลักษณ์สะท้อนความรุนแรง ความหวาดกลัว และความแตกแยก
ทั้งนี้ ความรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการประท้วง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 26 นาย และเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อความไม่สงบได้อย่างน้อย 25 คน
@bbcnews Thousands have gathered in London for a march organised by far-right activist Tommy Robinson, with a counter protest by anti-racism campaigners also taking place. #London #UK #March #Protest TommyRobinson #UniteTheKingdom #StandUpToRacism #BBCNews
♬ original sound – BBC News – BBC News
รายงานของเจ้าหน้าที่ระบุว่า ความรุนแรงปะทุจากการที่กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่ง พยายามฝ่าแนวของเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าไปเผชิญหน้ากับการชุมนุมต่อต้านการเหยียดผิว ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ามาก และมีผู้เข้าร่วมราว 5,000 คนเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังตำรวจมากกว่า 1,000 นาย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมสองฝ่ายปะทะกัน.
เครดิตภาพ : AFP



