เตรียมสมาร์ตโฟนให้พร้อม! วันพรุ่งนี้ (25 พ.ค. 2569) เวลา 06.00 น. รัฐบาลดีเดย์เปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” มาตรการเร่งด่วนเพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพสู้ศึกวิกฤติของแพง แจกเงินรัฐช่วยจ่ายคนละ 1,000 บาทต่อเดือน นาน 4 เดือน (รวม 4,000 บาท) จำกัดสิทธิประชาชนทั่วไปที่ 30 ล้านคนเท่านั้น ช้าหมดสิทธิปิดดีลทันที
เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิกระเป๋าเงินดิจิทัลรอบใหม่นี้ เราสรุปทุกประเด็นสำคัญ วิธีดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน และขั้นตอนลงทะเบียนทั้งคนเก่า-คนใหม่ รวมถึงฝั่งร้านค้าไว้ให้ครบถ้วนที่นี่
1.ข้อต้องรู้ ก่อนกดสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส”
- 1. รัฐช่วย 60% เราจ่าย 40%: รัฐบาลร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าที่กำหนดให้ 60% โดยตั้งเพดานไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน
- 2. กฎเหล็ก “ใช้หมดเดือนต่อเดือน”: วงเงิน 1,000 บาท จะถูกตัดยอดทุกสิ้นเดือน หากใช้ไม่หมดจะไม่สามารถทบไปเดือนถัดไปได้ (ระยะเวลาใช้สิทธิ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. 2569)
- 3. บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ “ได้เงินอัปเกรดอัตโนมัติ”: กลุ่มเปราะบาง 13.18 ล้านราย จะได้รับเงินเพิ่มอีก 700 บาท/เดือน (รวมเป็น 1,000 บาท/เดือน) โดยระบบจะเติมเงินให้เอง ไม่ต้องมาลงทะเบียนแย่งกับกลุ่ม 30 ล้านคน
- 4. ล็อกสเปกสินค้า “งดร้านบริการ”: ใช้ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าจำเป็นได้เท่านั้น ไม่รวมร้านค้าภาคบริการ เช่น ร้านตัดผม ร้านนวด หรือสปา
- 5. ดีลสั้น 5 วันเท่านั้น: เปิดลงทะเบียนประชาชนวันที่ 25-29 พ.ค. 2569 (เวลา 06.00–22.00 น.) แต่หากครบ 30 ล้านคนก่อน เกณฑ์ใดถึงก่อนระบบจะปิดตัวทันที
2.ขั้นตอนลงทะเบียนประชาชน: วิธีสมัครแอป ยืนยันตัวตน คนเก่า VS คนใหม่
การรับสิทธิจะทำผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เป็นหลัก สำหรับผู้ที่ยังไม่มีแอป หรือเป็นผู้สมัครรายใหม่ สามารถเตรียมตัวตามสเต็ปด้านล่างนี้ได้เลย
1.ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน:สำหรับผู้ใช้งานรายใหม่
ค้นหาแอป “เป๋าตัง” ได้ฟรีบน App Store (iOS), Google Play Store (Android) หรือ AppGallery (Huawei) จากนั้นทำการยืนยันเบอร์โทรศัพท์ด้วยรหัส OTP
2.ยืนยันตัวตน (KYC) ให้พร้อม:สแกนบัตรประชาชน
เลือกเมนูบริการ G-Wallet จากนั้นถ่ายรูปหน้าบัตรประจำตัวประชาชน และสแกนใบหน้าตามคำแนะนำในระบบเพื่อความปลอดภัย
3.เข้าเมนูโครงการเพื่อลงทะเบียน:เริ่ม 25 พ.ค. 69 เวลา 06.00 น.
กดเข้าแบนเนอร์โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” บนหน้าแรกของแอป เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามเงื่อนไข (สัญชาติไทย, อายุ 18 ปีขึ้นไป, ไม่เคยถูกระงับสิทธิคนละครึ่งในอดีต)
3.แผนผังการเช็กสิทธิเมื่อเข้าแอปเป๋าตัง
[เข้าแอปเป๋าตัง วันที่ 25 พ.ค. 69]
│
├─► รายเดิม (เคยร่วมคนละครึ่งพลัส) ──► กดยืนยันรับเงื่อนไข ──► สิทธิอนุมัติทันที!
│
└─► รายใหม่ (ไม่เคยร่วมโครงการ) ────► กรอกข้อมูลส่วนตัว ────► รอตรวจสิทธิ 3 วัน
- กลุ่มรายเดิม (คนเก่า): เมื่อเข้าแอปเป๋าตัง ให้กดปุ่ม “ยืนยันสิทธิ” เพื่อยอมรับเงื่อนไขใหม่ ระบบจะทำการล็อกสิทธิให้คุณทันทีโดยไม่ต้องรอตรวจข้อมูลซ้ำ
- กลุ่มรายใหม่ (คนใหม่): หลังจากกรอกข้อมูลส่วนบุคคลในระบบเรียบร้อยแล้ว ธนาคารกรุงไทยจะประสานงานเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ โดยจะ ใช้เวลาพิจารณาและแจ้งผลภายใน 3 วัน
4.ฝั่งผู้ประกอบการ: ช่องทางสมัครแอป “ถุงเงิน” และฟีเจอร์ AI ใหม่
สำหรับร้านค้ารายย่อยเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างยอดขายและเติมสายป่านหมุนเวียนธุรกิจ สามารถแยกการเตรียมพร้อมออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้:
- ร้านค้าเดิม: เข้าแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อกดยืนยันรับเงื่อนไขโครงการใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.-30 ก.ย. 2569 และจะพร้อมเปิดรับชำระเงินจากประชาชนตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป
- ร้านค้าใหม่: สมัครเข้าร่วมโครงการได้ 3 ช่องทาง คือ สาขาธนาคารกรุงไทย, เว็บไซต์โครงการ หรือสมัครผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินโดยตรง (เปิดรับลงทะเบียน 25 พ.ค.-31 ก.ค. 2569)
- ร้านค้าเดลิเวอรี: สำหรับผู้ประกอบการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ทั้ง 4 ราย สามารถกดสมัครร่วมโครงการผ่านแอปถุงเงิน ได้ในวันที่ 10 มิ.ย. 2569 โดยระบบจะพร้อมให้ประชาชนสั่งซื้อจริงในวันที่ 15 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป
5.ไฮไลต์เด็ด: ร้านค้าได้ใช้ AI “นกกระซิบ” ฟรี!
ธนาคารกรุงไทยจัดทำฟีเจอร์พิเศษบนแอปถุงเงิน เพื่อช่วยพ่อค้าแม่ค้าวิเคราะห์ธุรกิจแบบมืออาชีพ:
- ช่วยตอบคำถาม: ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับเกณฑ์การรับเงินในโครงการ
- วิเคราะห์ชั่วโมงทอง: สรุปยอดขายรายวันและคำนวณช่วงเวลาที่ขายดีที่สุด เพื่อให้ร้านค้าบริหารสต๊อกของสดและจัดคิวพนักงานได้แม่นยำ
- เกาะติดต้นทุน: เชื่อมโยงข้อมูลราคาวัตถุดิบรายวัน (หมู, ไก่, ไข่) ตรงจากกรมการค้าภายใน ช่วยให้ร้านค้ารายย่อยคำนวณกำไรและตั้งราคาขายได้อย่างเหมาะสมที่สุด



