การมีรถยนต์เป็นของตัวเองคือเป้าหมายสำคัญของใครหลายคน เพราะช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และสร้างโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต แต่เมื่อถึงขั้นตอนการขอสินเชื่อ หลายคนอาจรู้สึกสับสนกับชื่อเรียกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อเช่าซื้อ รถแลกเงิน หรือรีไฟแนนซ์ ซึ่งหากเลือกผิดประเภทอาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ การทำความเข้าใจสินเชื่อแต่ละแบบจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด บทความนี้ เราจะมาอธิบายประเภทของสินเชื่อรถยนต์ให้เห็นภาพชัดเจน เพื่อให้คุณเลือกใช้บริการที่เหมาะสม และคุ้มค่ากับตัวเองมากที่สุด


รู้จักสินเชื่อรถยนต์ 3 ประเภทหลัก เลือกใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์

โดยทั่วไปแล้ว สินเชื่อรถยนต์ไม่ได้มีไว้เพื่อการซื้อรถใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถตอบสนองความต้องการทางการเงินได้หลากหลายรูปแบบ เรามาทำความรู้จัก 3 ประเภทหลักที่พบได้บ่อยที่สุดกัน


1. สินเชื่อเช่าซื้อ (สำหรับคนอยากออกรถใหม่ป้ายแดงหรือรถมือสอง)

สินเชื่อเช่าซื้อ

สินเชื่อเช่าซื้อคือ สินเชื่อรถยนต์ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดีที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์คันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถป้ายแดง หรือรถมือสอง แต่ยังไม่มีเงินก้อนเพียงพอที่จะจ่ายเต็มจำนวน โดยสถาบันการเงินจะชำระเงินค่ารถให้กับผู้ขายแทนเราไปก่อน จากนั้นเราจึงมีหน้าที่ผ่อนชำระค่างวดเป็นรายเดือนให้กับสถาบันการเงินนั้นๆ จนครบตามสัญญา กรรมสิทธิ์ในรถยนต์จะถูกโอนมาเป็นของเราอย่างสมบูรณ์เมื่อชำระค่างวดสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว


2. สินเชื่อรถแลกเงิน หรือจำนำทะเบียนรถ (สำหรับคนมีรถที่ต้องการเงินด่วน)

สินเชื่อรถแลกเงิน หรือจำนำทะเบียนรถ

สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์อยู่แล้ว และต้องการเงินก้อนเพื่อนำไปใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน ต่อยอดธุรกิจ หรือเสริมสภาพคล่องทางการเงิน สินเชื่อประเภทนี้คือคำตอบที่ดีที่สุด เป็นการนำเล่มทะเบียนรถยนต์ที่เรามีอยู่มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อขอเงินก้อน โดยข้อดีที่สำคัญที่สุดคือ เรายังสามารถครอบครอง และใช้งานรถยนต์ได้ตามปกติ ทำให้ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิต หรือการทำธุรกิจ เป็นวิธีเปลี่ยนทรัพย์สินให้เป็นเงินทุนได้อย่างรวดเร็ว


3. สินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์ (สำหรับคนอยากลดค่างวด หรือต้องการเงินเพิ่ม)

สินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์

สินเชื่อรีไฟแนนซ์เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังอยู่ในระหว่างการผ่อนชำระสินเชื่อรถยนต์ แต่ต้องการปรับเงื่อนไขสัญญาให้ดีขึ้น เป็นการยื่นกู้กับสถาบันการเงินแห่งใหม่เพื่อนำเงินมาปิดหนี้เก่า ซึ่งมักมีเป้าหมายเพื่อขอลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้ค่างวดต่อเดือนลดลง หรือในบางกรณีอาจขอวงเงินกู้เพิ่มเติมจากมูลค่ารถที่ผ่อนไปแล้ว เพื่อนำเงินส่วนต่างมาใช้จ่ายตามความจำเป็น นับเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับสถานะทางการเงินในปัจจุบันมากขึ้น


เจาะลึกความต่างของสินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่มกับไม่โอนเล่ม (จำนำทะเบียน)

ในการขอสินเชื่อรถแลกเงินนั้น ยังมีรายละเอียดสำคัญที่ส่งผลต่อความสะดวกและกรรมสิทธิ์ในรถของเราโดยตรง ซึ่งก็คือรูปแบบการทำสัญญาที่แบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ ดังนี้


แบบโอนเล่มทะเบียน

รูปแบบนี้ ผู้ขอสินเชื่อจำเป็นต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ในเล่มทะเบียนให้เป็นชื่อของสถาบันการเงินก่อน จึงจะได้รับอนุมัติวงเงิน ซึ่งขั้นตอนการโอนที่กรมการขนส่งทางบกอาจมีค่าใช้จ่าย และใช้เวลาพอสมควร และชื่อของเราจะถูกโอนกลับมาเป็นเจ้าของอีกครั้งก็ต่อเมื่อผ่อนชำระหนี้ทั้งหมดครบถ้วนแล้ว


แบบไม่โอนเล่มทะเบียน (จำนำทะเบียน)

เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงเพราะมีความสะดวกและรวดเร็วกว่ามาก เราเพียงแค่นำเล่มทะเบียนรถตัวจริงไปมอบให้กับสถาบันการเงินเพื่อใช้เป็นหลักประกันเท่านั้น โดยที่ชื่อผู้ครอบครองรถยังคงเป็นชื่อของเราตามเดิม ไม่ต้องเสียเวลาไปทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ เมื่อผ่อนชำระครบตามกำหนดก็สามารถรับเล่มทะเบียนคืนได้ทันที


เตรียมตัวอย่างไร ก่อนขอสินเชื่อรถยนต์ให้อนุมัติไว

เพื่อให้การยื่นขอสินเชื่อรถยนต์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ลองทำตาม 3 ขั้นตอนง่ายๆ นี้


1. รักษาประวัติเครดิตให้ดี

ประวัติการชำระหนี้เป็นปัจจัยแรกๆ ที่สถาบันการเงินใช้พิจารณา การชำระหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่ออื่นๆ ตรงตามกำหนดเวลาอยู่เสมอ จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและแสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงินที่ดีของเรา ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่สถาบันการเงินมองหาในตัวผู้กู้


2. เตรียมเอกสารให้พร้อม

สาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้การอนุมัติล่าช้าคือเอกสารไม่ครบถ้วน ควรจัดเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมก่อนยื่นเรื่อง เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารแสดงรายได้ อย่างสลิปเงินเดือนล่าสุด หรือรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็ว


3. ประเมินความสามารถในการผ่อนของตัวเอง

ก่อนตัดสินใจกู้ ควรประเมินรายรับและรายจ่ายประจำของตนเองอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทราบว่าเรามีความสามารถในการผ่อนชำระคืนในแต่ละเดือนได้เท่าไหร่โดยไม่ทำให้การเงินตึงเครียดเกินไป การเลือกวงเงินและค่างวดที่เหมาะสมกับตัวเองไม่เพียงแต่จะดีต่อสุขภาพการเงินของเรา แต่ยังแสดงให้สถาบันการเงินเห็นว่าเรามีการวางแผนที่ดีอีกด้วย


สรุป เลือกสินเชื่อรถยนต์ให้ตอบโจทย์ที่สุด

การเลือกสินเชื่อรถยนต์ที่เหมาะสมที่สุดนั้นเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจเป้าหมายของตัวเองให้ชัดเจน หากต้องการซื้อรถคันใหม่ สินเชื่อเช่าซื้อคือตัวเลือกที่ถูกต้อง หากมีรถอยู่แล้วและต้องการเงินทุนหมุนเวียน สินเชื่อรถแลกเงินก็พร้อมตอบโจทย์สภาพคล่อง หรือหากต้องการลดภาระค่างวดที่จ่ายอยู่ สินเชื่อรีไฟแนนซ์ก็เป็นทางออกที่ดี การประเมินความต้องการของตนเองควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมด้านเอกสารและประวัติทางการเงิน จะช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้สินเชื่อที่ตรงจุดและเป็นประโยชน์ต่อสถานะทางการเงินของคุณอย่างแท้จริง