น.ส.แพร ดำรงค์มงคลกุล ผู้อำนวยการ ประจำประเทศไทย ของ เฟซบุ๊ค  ประเทศไทย จาก เมตา เปิดเผยว่า ปัจจุบัน อินสตาแกรม หรือ ไอจี  สามารถเข้าถึงกลุ่ม เจน ซี ในประเทศไทยได้สูงถึง 80% และยัง ขยายฐานผู้ใช้งาน ไปยังกลุ่มมิลเลนเนียล, เจน เอ็กซ์ และเบบี้บูมเมอร์ ได้กว้างขวางและมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อีโคซิสเต็มของไอจีสามารถช่วยแบรนด์ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมสนับสนุนให้ครีเอเตอร์สร้างธุรกิจสื่อที่ยั่งยืน และปรับตัวรับพฤติกรรมการใช้งานที่เน้น การสนทนาที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น

นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวไทยยังมีพฤติกรรมใช้งานแบบมัลติ-แอป สูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิกถึง 79% การที่แบรนด์ใช้กลยุทธ์สื่อสารข้ามแพลตฟอร์มควบคู่กันระหว่าง ไอจี และ เฟซบุ๊ค จะช่วยเพิ่มพลังการเข้าถึงได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจาก 94% ของผู้ใช้งานไอจีรายเดือนในไทย เป็นผู้ใช้งานเฟซบุ๊คเป็นประจำเช่นกัน ด้านเศรษฐกิจครีเอเตอร์ในปัจจุบัน ยุคนี้ความสำเร็จไม่ได้วัดที่ จำนวนผู้ติดตามอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับ ความน่าเชื่อถือของครีเอเตอร์เป็นหลักในการสร้างอิทธิพล ข้ามพรมแดนสู่ผู้ใช้งานไอจีกว่า 3 พันล้านคนทั่วโลกในแต่ละเดือน

แพร ดำรงค์มงคลกุล

น.ส.เรวี ซิลวิเนีย ผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรทางธุรกิจระดับโลก ประจำภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่จาก เมตา กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นคอมมูนิตี้ไอจี ที่เติบโตโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค เมตาจึงมุ่งมั่นพัฒนาเครื่องมือสร้างรายได้ที่หลากหลาย ให้ครีเอเตอร์ไทย เช่น “พาร์ทเนอร์ชิป แอด” ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์โปรโมตแบรนด์ ผ่านคอนเทนต์ตัวเอง ซึ่งปัจจุบันสร้างรายได้ระดับโลกสูงถึง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 3.2 แสนล้านบาท) เติบโตขึ้นถึง 2 เท่าจากปีก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมี ครีเอเตอร์ มาร์เก็ตเพลส สำหรับให้แบรนด์ค้นหา ครีเอเตอร์ที่ใช่โดยตรง, ซับสคริปชัน เพื่อส่งมอบเนื้อหาเอ็กซ์คลูซีฟให้แฟนคลับ รวมถึงโมเดลระบบ แอฟฟิลิเอต คอมเมิร์ซ ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเชื่อมต่อครีเอเตอร์ทั่วโลกกว่า 5 ล้านคนบนเฟซบุ๊คเข้ากับบัญชีแอฟฟิลิเอตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ครีเอเตอร์ไม่เพียงแค่สร้างฐานผู้ติดตามเท่านั้น แต่พวกเขากำลังสร้างคอมมูนิตี้ ธุรกิจ และอิทธิพลทางวัฒนธรรม โดย Instagram พร้อมสนับสนุนเส้นทางนั้นผ่านเครื่องมือที่หลากหลาย ตั้งแต่ Reels ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์เข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ ๆ ไปจนถึงประสบการณ์การส่งข้อความที่สร้างความผูกพันที่ลึกซึ้ง และช่องทางการสร้างรายได้โดยตรง (Direct Monetization)”

ทั้งนี้แม้การค้นหาคอนเทนต์ใหม่ ๆ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์บน Instagram แต่พฤติกรรมการเชื่อมต่อของผู้คนกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่พื้นที่ที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นอย่างรวดเร็ว Instagram Reels เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2566 สอดคล้องกับเทรนด์ระดับโลกที่ปัจจุบันผู้ใช้ใช้เวลามากกว่า 50% บนแอปไปกับการดู Reels และที่สำคัญที่สุด Reels ยังทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นหลักของการสนทนาส่วนตัว โดยคอนเทนต์ที่ถูกแชร์ผ่าน Instagram DM สูงถึง 85% คือ Reels

เรวี ซิลวิเนีย

ข้อมูลจากผลการศึกษา Generation Zeitgeist 2025 ของ Meta ระบุว่า การส่งข้อความเป็นช่องทางในการแชร์รูปภาพและวิดีโอบน Instagram ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดย 85% ของคอนเทนต์ที่แชร์ในแชทคือ Reels ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผลการวิจัยเรียกว่า “Digital Pebbling” หรือเปรียบเหมือนนกเพนกวินที่ส่งมอบก้อนหินให้แก่กันเพื่อแสดงความผูกพัน ในประเทศไทย เทรนด์ระดับโลกนี้ได้สะท้อนผ่านพฤติกรรมท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แทนที่ผู้ใช้งานชาวไทยจะพิมพ์คำว่า “คิดถึง” ในรูปแบบข้อความทั่วไป แต่พวกเขาเลือกที่จะแสดงความใส่ใจและรักษาความสัมพันธ์ด้วยการส่ง Reels ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นคลิปตลก ๆ สูตรอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปด้วยกันตรงไปยังกลุ่มคนสนิท การแชร์อย่างเป็นธรรมชาติและเป็นส่วนตัวเช่นนี้ ได้กลายมาเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตที่ทรงพลังที่สุดสำหรับครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มในปัจจุบัน

ในประเทศไทย ครีเอเตอร์กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าความลึกซึ้งของความเชี่ยวชาญและความเป็นตัวของตัวเองทางวัฒนธรรมมีพลังมากกว่าจำนวนผู้ติดตาม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนอยู่ในผลวิจัย Generation Zeitgeist 2026 ของ Meta ที่พบว่า 81% ของผู้คนจัดอันดับให้ ‘ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน’ เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดในตัวครีเอเตอร์ สิ่งนี้ได้ช่วยขับเคลื่อนวัฒนธรรมการเป็น “สาย” ที่โดดเด่นบน Instagram ที่ซึ่งคอมมูนิตี้ที่มีความหลงใหลร่วมกันจะรวมตัวรอบตัวครีเอเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะกลุ่ม เช่น สายบิวตี้ สายกิน และสายการลงทุน 

ในขณะที่แนวกระแสที่เกิดขึ้นในไทยอย่างซีรีส์ BL (Boy Love) และ T-Pop ก็ได้ทลายกำแพงพรมแดนอย่างสิ้นเชิง โดยสามารถสร้างฐานแฟนคลับในต่างประเทศที่เหนียวแน่น ทั้งในญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ และลาตินอเมริกาผ่านทาง Reels และด้วยความที่อัลกอริทึมของ Instagram ให้รางวัลกับคอนเทนต์ที่มีการตอบรับที่ดีโดยไม่แบ่งแยกพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ประกอบกับเทคโนโลยี AI Reels Translations ที่ช่วยแปลเสียงพูดแบบอัตโนมัติพร้อมปรับการขยับริมฝีปากให้ตรง (Lip-Sync) ครีเอเตอร์ชาวไทยจึงไม่จำเป็นต้องเลือกข้างระหว่างความเป็นตัวของตัวเองทางวัฒนธรรมกับการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมนานาชาติอีกต่อไป เพราะพวกเขาก็สามารถคว้าโอกาสไว้ได้ทั้งสองอย่าง