สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่าสหรัฐเผยแพร่เนื้อหาของกรอบความเข้าใจร่วม 14 ข้อ ของข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยเลื่อนการตัดสินใจในประเด็นสำคัญที่มีความซับซ้อน อาทิ การยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ออกไปจนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ และเปิดทางสู่การเจรจารอบใหม่เป็นเวลา 60 วัน ซึ่งมีกำหนดเริ่มขึ้นที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. นี้


เอกสารดังกล่าวมีชื่อว่า “บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน” โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1.สหรัฐและอิหร่าน ตลอดจนพันธมิตรของทั้งสองฝ่ายในสงครามปัจจุบัน โดยการลงนามในบันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) ฉบับนี้ ขอประกาศยุติการปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย และนับจากนี้ไปจะผูกพันตนที่จะไม่ริเริ่มสงครามหรือปฏิบัติการทางทหารใด ๆ ต่อกัน และจะละเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลังต่อกัน ตลอดจนรับรองอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของเลบานอน ทั้งนี้ ข้อตกลงฉบับสุดท้ายจะยืนยันการยุติสงครามในทุกแนวรบเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอน และข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้อง

2.สหรัฐและอิหร่านผูกพันที่จะเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน และจะละเว้นจากการแทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน

3.สหรัฐและอิหร่านมุ่งมั่นที่จะเจรจาและบรรลุข้อตกลงฉบับสุดท้าย ภายในระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 60 วัน ซึ่งสามารถขยายเวลาออกไปได้ด้วยความเห็นชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

4.ทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สหรัฐจะเริ่มดำเนินการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล ตลอดจนการรบกวนหรืออุปสรรคใด ๆ ต่ออิหร่าน และจะยุติการปิดล้อมทางทะเลโดยสมบูรณ์ภายใน 30 วัน ในระหว่างระยะเวลานี้ การสัญจรของเรือต่าง ๆ จะต้องเป็นไปตามสัดส่วนของจำนวนการสัญจรก่อนเกิดสงคราม นอกจากนี้ สหรัฐผูกพันที่จะเคลื่อนย้ายกองกำลังของตน ออกจากพื้นที่ใกล้เคียงกับอิหร่านภายใน 30 วัน หลังข้อตกลงฉบับสมบูรณ์มีผลบังคับใช้

5.เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ อิหร่านจะดำเนินการโดยใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุด ในการจัดเตรียมช่องทางผ่านทางเรือที่ปลอดภัยสำหรับเรือพาณิชย์ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน เฉพาะจากบริเวณอ่าวเปอร์เซียไปยังทะเลโอมานและในทางกลับกัน การสัญจรของเรือพาณิชย์จะเริ่มต้นขึ้นโดยทันที และเมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นในการขจัดอุปสรรคทางเทคนิคและทางทหาร ตลอดจนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยอิหร่านแล้ว จะจัดตั้งให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน อิหร่านจะเจรจากับโอมาน เพื่อกำหนดการบริหารจัดการและบริการทางทะเลในอนาคต ณ ช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะหารือร่วมกับรัฐชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียอื่น ๆ ให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศที่บังคับใช้ และสิทธิอธิปไตยของรัฐชายฝั่งแห่งช่องแคบฮอร์มุซ

6.สหรัฐผูกพันร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาค ในการจัดทำแผนการที่ชัดเจนและเป็นที่ตกลงร่วมกัน โดยมีวงเงินอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 9.7 ล้านล้านบาท ) เพื่อการฟื้นฟูและการพัฒนาเศรษฐกิจของอิหร่าน กลไกสำหรับการดำเนินการตามแผนการนี้จะถูกกำหนดให้เป็นข้อยุติซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงฉบับสุดท้ายภายใน 60 วัน โดยใบอนุญาต การผ่อนผัน และการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง จะได้รับการอนุมัติโดยสหรัฐ

7.สหรัฐผูกพันที่จะยุติมาตรการคว่ำบาตรทุกประเภทต่ออิหร่าน ซึ่งรวมถึงข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ข้อมติของคณะผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ( ไอเออีเอ ) และมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวทั้งหมดของสหรัฐ ทั้งในระดับปฐมภูมิ และทุติยภูมิ ตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ อิหร่านและสหรัฐรับทราบถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวด ของประเด็นการยุติมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวข้างต้น และแสดงเจตจำนงที่จะหยิบยกประเด็นเหล่านี้เข้าสู่การเจรจาโดยทันที เพื่อให้บรรลุความตกลงร่วมกัน

8.อิหร่านยืนยันอีกครั้งว่า จะไม่จัดหาหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐและอิหร่านตกลงที่จะแก้ไขปัญหาการจัดการวัสดุเสริมสมรรถนะที่จัดเก็บไว้ ตามกลไกที่จะตกลงร่วมกัน ให้สอดคล้องกับกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในข้อ 7 โดยมีวิธีการขั้นต่ำคือการลดระดับความเข้มข้น ณ สถานที่ตั้ง ภายใต้การกำกับดูแลของไอเออีเอ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหารือเกี่ยวกับประเด็นการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ และเรื่องอื่น ๆ ที่ตกลงร่วมกันซึ่งเกี่ยวข้องกับความต้องการทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยตั้งอยู่บนกรอบการทำงานที่เป็นที่พึงพอใจซึ่งจะตกลงกันในข้อตกลง ข้อตกลงฉบับวมบูรณ์จะยืนยันข้อบัญญัติในข้อนี้ สหรัฐและอิหร่านรับทราบถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของประเด็นทางนิวเคลียร์ดังกล่าวข้างต้น และแสดงเจตจำนงที่จะหยิบยกประเด็นเหล่านี้เข้าสู่การเจรจาโดยทันที เพื่อให้บรรลุความตกลงร่วมกัน

9.ในระหว่างที่รอข้อตกลงฉบับสุดท้าย สหรัฐและอิหร่านตกลงที่จะคงสถานะที่เป็นอยู่เดิม โดยอิหร่านจะคงสถานะปัจจุบันของโครงการนิวเคลียร์ของตน และสหรัฐจะไม่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรใหม่ใด ๆ และจะไม่วางกำลังกองกำลังเพิ่มเติมในภูมิภาค

10.สหรัฐผูกพันว่า ทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และจนกว่ามาตรการคว่ำบาตรจะสิ้นสุดลง กระทรวงการคลังสหรัฐจะออกเอกสารผ่อนผัน สำหรับการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และอนุพันธ์ของอิหร่าน ตลอดจนบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งรวมถึงธุรกรรมทางการธนาคาร การประกันภัย การขนส่ง และอื่น ๆ

11.สหรัฐผูกพันที่จะเปิดให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่จากเงินทุนและสินทรัพย์ของอิสลามอิหร่านที่ถูกระงับหรือถูกจำกัดไว้ เมื่อมีการบังคับใช้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สหรัฐและอิหร่านจะตกลงร่วมกันเกี่ยวกับขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินทุนเหล่านี้ในระหว่างการเจรจา เงินทุนดังกล่าว ไม่ว่าจะเก็บไว้ในบัญชีเดิมหรือถูกโอนย้าย จะต้องสามารถใช้ชำระเงินได้อย่างเต็มที่ ให้แก่ผู้รับประโยชน์สูงสุดคนใดก็ตามที่กำหนดโดยธนาคารกลางแห่งอิหร่าน สหรัฐผูกพันที่จะออกใบอนุญาตและการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดตามนั้น

12.สหรัฐและอิสลามอิหร่านตกลงให้มีการจัดตั้งกลไกฝ่ายบริหาร เพื่อตรวจสอบการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และการปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับสุดท้ายในอนาคต

13.หลังจากการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และภายใต้เงื่อนไขของการเริ่มต้นดำเนินการตามข้อ 1, 4, 5, 10 และ 11 ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ตลอดจนการดำเนินมาตรการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง สหรัฐและอิหร่านจะเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงฉบับสุดท้าย โดยมุ่งเน้นไปที่ข้ออื่น ๆ ที่เหลือโดยเฉพาะ

14.ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์จะได้รับการรับรองโดยข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) เพื่อให้มีผลผูกพันทางกฎหมาย

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES