สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวโทษแคนาดาว่า ต้องรับผิดชอบต่อควันไฟจากไฟป่าที่ลอยปกคลุมหลายพื้นที่ของสหรัฐ พร้อมขู่ว่าจะนำ “ต้นทุนมหาศาล” จากการที่รัฐบาลวอชิงตันต้องรับมือมลพิษดังกล่าว ไปรวมกับอัตราภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าของแคนาดา
ผู้นำสหรัฐระบุว่า ควันจากไฟป่าหลายร้อยจุดในแคนาดาปกคลุมพื้นที่ตั้งแต่มิดเวสต์ ไปจนถึงนิวอิงแลนด์ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ จนต้องมีการแจ้งเตือนให้ประชาชนอยู่ภายในอาคาร พร้อมกล่าวหาว่า แคนาดาบริหารจัดการป่าไม้ได้ไม่ดี และเรียกสถานการณ์นี้ว่า “ความประมาทเลินเล่อโดยเจตนา” ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลให้แก่สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศโต้แย้งด้วยว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้ป่าแห้งแล้งและเพิ่มความรุนแรงของไฟป่า ขณะที่แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีพื้นที่ป่าไม้มากที่สุดของโลก
"We are holding Canada responsible… the United States is being unnecessarily invaded by filthy, polluted, and unhealthy air, the quality of which is dangerous, and totally unacceptable!" – President Donald J. Trump ???????? pic.twitter.com/LVsFinBcg1
— The White House (@WhiteHouse) July 17, 2026
ด้านนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ผู้นำแคนาดา ยังไม่ได้ตอบโต้คำกล่าวของทรัมป์ แต่เคยกล่าวว่า สหรัฐสามารถดำเนินมาตรการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้มากกว่านี้
ทั้งนี้ ไฟป่าที่กำลังเกิดขึ้นในรัฐออนแทรีโอ ทางตะวันออกตอนกลางของแคนาดา เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วราว 650,000 เอเคอร์ มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และส่งผลให้ประชาชนหลายพันคนอพยพ ขณะที่รัฐบาลออนแทรีโอเตรียมจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 11 ลำ เพื่อเสริมศักยภาพในการควบคุมไฟป่า
ส่วนสหรัฐเองก็เผชิญกับไฟป่ารุนแรงกว่าค่าเฉลี่ยในปีนี้ โดยมีพื้นที่ถูกเผาผลาญไปแล้วราว 3.7 ล้านเอเคอร์.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



