“คุก” สมัยใหม่ทั่วโลกพัฒนาไปมากโดยการใช้มาตรฐาน ESG มีความยั่งยืน 3 ด้าน ด้านสิ่งแวดล้อม มีการใช้พลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า ลดของเสียและขยะเหลือทิ้ง บางแห่งเสริมพื้นที่สีเขียว และแปลงผักผลไม้อีกด้วย ด้านสังคม จะต้องได้มาตรฐานสิทธิมนุษยชน ลดความเหลื่อมล้ำ มีความเท่าเทียม มีการพัฒนาตนเอง ด้านธรรมาภิบาล ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องมีมาตรฐานการจัดการที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใส ไม่คดโกง ไม่รับสินบน มีความเป็นธรรม หลายแห่งเปิดเผยด้วยการทำรายงาน “Sustainable Report”
จากการสัมภาษณ์ผู้ที่เคยใช้ชีวิตในคุก พวกเขาเล่าให้ฟังว่า วันที่พวกเขาลุ้นที่สุดคือวันพิพากษาว่าจะโดนกี่ปี เมื่อถูกตัดสินว่าผิดถูกจำคุก ยากที่สุดคือการยอมรับ และ “ทำความเข้าใจ” ในสิ่งที่ทำผิดไป ต่อมาคือการ “ทำใจ” ที่จะอยู่ในคุก ต้องปรับปรุงตัวเอง ตั้งแต่ทัศนคติจนถึงพฤติกรรม อาทิตย์แรกจะยากที่สุด อยู่ไปสักพักหนึ่งจึงทำใจได้ ค่อย ๆ ปรับตัว หาเพื่อนใหม่ ๆ ที่เข้ากับเขาได้ ในคุกหลายคนได้สำนึกผิด และพัฒนาตนเองพร้อมกลับมาเป็นคนดี แต่อีกหลายคนไม่ยอมรับ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ คุกเป็นแค่พื้นที่กักขังแค่เพียงระยะหนึ่งก่อนออกไปก่อเรื่องใหม่ การรับน้องแบบในหนังก็พอมีอยู่บ้าง แต่ถ้าเราทำตัวดี ๆ ก็รอดมาได้ ส่วน “ความเท่าเทียม” ยังคงเป็นเพียง “ความหวัง” ของนักโทษทุกคน

มีคนถามว่า “คุก” มีมาตรฐาน และความยั่งยืนหรือไม่
สหประชาชาติได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับการดูแลนักโทษ ที่พวกเรารู้จักกันในชื่อ กฎของ เนลสัน แมนเดลา (Mandela Rules) กฎนี้มิใช่กฎหมาย แต่เป็นแนวทางสากลที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกใช้เป็นต้นแบบในการจัดการเรือนจำ รวมถึงหลักปฏิบัติต่อนักโทษอย่างมีมนุษยธรรม กฎนี้ได้รับการรับรองจากสมัชชาสหประชาชาติเมื่อปี 2015 เพื่อเป็นเกียรติแก่ เนลสัน แมนเดลา ซึ่งเคยเป็นนักโทษในคุกแอฟริกาใต้ยาวนานถึง 27 ปี
“กฎของแมนเดลา” นี้ ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความยุติธรรมสำหรับนักโทษทุกคนอย่างเท่าเทียม
1.การปฏิบัติต่อนักโทษอย่างมีมนุษยธรรม ให้ถือว่านักโทษมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับคนทั่วไป มีมาตรฐานที่เหมาะสมของการดำเนินชีวิต มาตรฐานที่หลับนอน ห้องน้ำ อาหาร น้ำดื่ม และสิทธิการรักษาพยาบาล รวมทั้งการลงโทษต่าง ๆ ต้องไม่ใช้การทรมาน หรือการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม
2.การไม่เลือกปฏิบัติ ต้องให้ความเท่าเทียม ไม่ให้สิทธิพิเศษแก่คนดัง เศรษฐี และผู้มีอิทธิพล รวมถึงไม่กดขี่นักโทษที่ต่างจากเรา ไม่ว่าด้วยเพศสภาพ เชื้อชาติ ศาสนา สีผิว ไม่มีการติดสินบน เพื่อให้ได้สิทธิพิเศษ
3.การฟื้นฟูและเตรียมความพร้อม นอกจากการลงโทษโดยการกักขังแล้ว ยังต้องมีการฟื้นฟูโดยจิตแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญ ให้นักโทษกลับมาเป็นคนดี พร้อมทั้งมีการพัฒนาด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องอาชีพหลังพ้นโทษ
4.การจำกัดการขังเดี่ยว และการทรมานอื่น ๆ ที่โหดร้ายเกินขีดจำกัด เช่น ห้ามขังเดี่ยวเกิน 15 วัน ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงทั้งร่างกายและจิตใจ
ทัณฑสถานของไทยก็ได้ศึกษา “กฎของแมนเดลา” ซึ่งมีรายละเอียดปรับปรุงใหม่ 122 ข้อ ใน 9 ประเด็นใหญ่และได้เริ่มพัฒนาปรับปรุง “คุกไทย” ให้มีมาตรฐานทัดเทียม “คุกของชาวโลก” แล้วบางแห่ง
ดูมาตรฐาน “กฎของแมนเดลา” แล้ว ท่านทั้งหลายคิดว่าทัณฑสถานของไทย จะต้องเร่งปรับปรุงอะไรบ้าง มิฉะนั้นประชาชนที่เป็นห่วง จะคอยสอดส่องช่วยกันเจาะหาข้อมูลนักโทษที่เขารัก ว่าได้รับการปฏิบัติอย่างดีมีมาตรฐาน เท่าเทียม โปร่งใส เป็นธรรมหรือไม่ ถ้าใช้มาตรฐานที่ไม่เป็นธรรม ละเมิดกฎหมาย ใช้สิทธิพิเศษ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องอาจจะต้องตามเข้าไปในไม่ช้า.



