เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ศาลจังหวัดนครราชสีมา นัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ.295/2568 ความอาญาและคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา และโจทก์ จำนวน 4 ราย ร่วมกันยื่นฟ้องนายสมศักดิ์ อาศรัยจ้าว อายุ 75 ปี อดีตเกษตรจังหวัดนครราชสีมา เป็นจำเลยในความผิดฐานขับรถขณะเมาสุราและโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522
พฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 23 ธ.ค. 67 นายสมศักดิ์ จำเลยได้ขับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีบรอนซ์เงิน เลขทะเบียน ขง 2408 นครราชสีมา มุ่งหน้ากลับบ้านพักในเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ ขณะรถแล่นผ่านหลักกิโลเมตรที่ 1+450 ทางหลวงหมายเลข 226 ถนนเพชรมาตุคลา จำเลยมีอาการเมาสุรา โดยมีปริมาณแอลกอฮอล์ 197 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านดอนขวาง ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา เป็นเหตุให้ ร.ต.ท.วิมุตต์ แทนสุโพธิ์ รองสารวัตรจราจร สภ.เมือง นครราชสีมา ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกนำเด็กนักเรียนเดินข้ามถนน และเด็กชาย อายุ 4 ขวบ เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 3 รร.บ้านดอนขวาง เสียชีวิตรวม 2 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย
‘รองสว.จร.’ พาเด็กนักเรียนข้ามถนนรถพุ่งชนดับ เป่าเมาคนขับราชการเกษียณพุ่ง 197
ศาลพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักที่สุด โดยให้จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 ปี ไม่รอการลงโทษ และให้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ด้วย
ภายหลังฟังคำพิพากษาครอบครัว ร.ต.ท.วิมุตต์ ประกอบด้วยนางใจทิพย์ ภรรยา น.ส.วารุวรรณ ลูกสาว และนายวัชรพงษ์ ลูกชาย ได้ปรึกษากับนายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความ เพื่อเตรียมยื่นอุทธรณ์ให้เพิ่มโทษจำเลยและฟ้องร้องทางคดีแพ่ง โดย น.ส.วารุวรรณ กล่าวด้วยน้ำตาว่า คำพิพากษาให้จำคุก 2 ปี น้อยเกินไป เนื่องจากเราต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักและเป็นเสาหลักของครอบครัวมันยิ่งใหญ่มาก สิ่งที่คุณตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีกับเมาแล้วขับ มันเป็นภาพชีวิตของใครที่ไม่สามารถมีอะไรมาทดแทนกันได้ จำเป็นต้องมีด่านเป่าไว้ มิเช่นนั้นก็จะมีการสูญเสียอีกเรื่อยๆ



