เมื่อวันที่ 16 ก.ย.นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือ AnyWhere Anytime ในรายการเช่าใช้อุปกรณ์เสริมการสอนของนักเรียนและครูทั้งแท็บเล็ต โน๊ตบุ๊ก และโครมบุ๊ก ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 118 เขตพื้นที่ เพื่อแจกให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตั้งแต่ชั้นม.4-6 จำนวน 600,000 คน ซึ่งขณะนี้มี 3 เขตพื้นที่ที่ลงนามเซ็นสัญญาตามข้อกำหนดการจัดซื้อจัดจ้างเรียบร้อยแล้ว และส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง โดยสพฐ.จะมีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจถึงการดำเนินงานตามโครงการนี้ให้เขตพื้นที่ได้รับทราบอย่างชัดเจนอีกครั้ง เพื่อให้กระบวนการเช่าใช้แท็บเล็ต โน๊ตบุ๊ก และโครมบุ๊ก ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งบประมาณในปีนี้

ต่อข้อถามว่ามีหลายฝ่ายเกิดความกังวลว่า โครงการดังกล่าวอาจเหมือนโครงการจัดจ้างสนามฟุตซอลเมื่อปี 2554-2555 นั้น  รองเลขาธิการกพฐ.กล่าวว่า  ตนขอชี้แจงว่าโครงการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือ AnyWhere Anytime เป็นการใช้งบประมาณที่เกิดขึ้นตามพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ที่มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) รองรับถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในส่วนของโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลนั้น เป็นการใช้งบแปรญัติที่ไม่มีราคากลาง และเป็นการดำเนินการให้เขตพื้นที่ไปกำหนดราคากลางเอง โดยจากโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลในอดีตที่ผ่านมาหากสังเกตุดีๆจะพบว่า โรงเรียนไหนที่ใช้ราคากลางจากกระทรวงพาณิชย์ หรือพาณิชย์จังหวัด เขตพื้นที่นั้นๆและโรงเรียนเหล่านั้นไม่มีความผิด แต่หากโรงเรียนหรือเขตพื้นที่ไหนกำหนดราคากลางเอง โดยที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงพาณิชย์ก็จะถูกตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในพื้นที่

 “โครงการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลาของสพฐ.มีงบประมาณที่ชัดเจน และเป็นการจัดสรรงบให้เขตพื้นที่ดำเนินการ โดยไม่มีการกำหนดสเปกจากส่วนกลางแต่อย่างใด เพราะต้องเข้าใจว่าเมื่อตั้งงบประมาณไว้ปีที่แล้ว แต่มีการจัดซื้อจัดจ้างในปีงบประมาณนี้  ขณะที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงและอัพเดทความทันสมัยของการใช้งานอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการเช่าใช้แท็บเล็ต โน๊ตบุ๊ก และโครมบุ๊ก  จึงเปิดกว้างให้ผู้รับจ้างเข้ามาประมูลโครงการอย่างโปรงใส  ส่วนในปีงบประมาณ 2569 นั้นสำนักงบฯไม่ได้มีการอนุมัติงบให้เพิ่มเติม เนื่องจากการเช่าใช้อุปกรณ์ดังกล่าวยังคงพื้นที่เดิม และกลุ่มเป้าหมายก็เป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเช่นเดิม” นายพัฒนะ กล่าว