เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้ชี้แจงข้อมูล กรณีการรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชา ที่ตกเป็นข่าวตามข้อมูลระบุว่า พื้นที่อ้างสิทธิตามมาตราส่วน 1:50000 มีล้ำเข้ามา 3 จุดนั้น พบว่า

จุดที่ 1 เป็นกองร้อย ตชด.825 (กัมพูชา) ซึ่งมีอาคารล้ำเข้ามาประมาณ 15 เมตร
จุดที่ 2 เป็นแนวคูเลตบริเวณสวนยาง ซึ่งมีบางส่วนของพื้นที่สวนยางล้ำเข้ามาในพื้นที่อ้างสิทธิของประเทศไทย ประมาณ 125 เมตร
จุดที่ 3 เป็นกองร้อย ลว.ที่ 1 ของ พัน.ปชด.501 ของกัมพูชา ซึ่งมีแนวคูเลตล้ำเข้ามาในพื้นที่อ้างสิทธิของประเทศไทย ประมาณ 30 เมตร

ทั้งนี้พื้นที่ 3 จุดดังกล่าว “กปช.จต.” ได้ดำเนินการผลักดันกำลังฝ่ายตรงข้ามออกนอกพื้นที่หมดแล้ว ไม่มีกำลังฝ่ายตรงข้ามอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และในปัจจุบัน กปช.จต. ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างกันเรียบร้อยแล้ว

หลังจากนี้ “กปช.จต.” จะติดตามผลการดำเนินการอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และยังคงยืนยันเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ว่า จะปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้มีการรุกล้ำอธิปไตยของชาติ แม้แต่ตารางนิ้วเดียว

ด้าน นาวกเอกภูริศวร์ วงษ์เพ็ญศรี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ผบ.ฉก.นย.ตราด) เปิดเผยว่า การรุกล้ำพื้นที่ประเทศไทย 3 จุด บริเวณบ้านชำราก ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด เป็นเรื่องจริงล้ำมาหลายสิบปีแล้ว แต่การล้ำพื้นที่มานั้น ไม่มากเหมือนบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายทหารได้ทำเรื่องประท้วงมาตลอด เพื่อให้ฝ่ายกัมพูชาถอยออกไป แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร ซึ่งหลังจากที่ปรากฏเป็นข่าวได้ทำการตรวจสอบพบว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วและได้เข้าไปดำเนินการผลักดันออกไปทั้งหมดแล้ว

ผบ.ฉก.นย.ตราด ยังกล่าวต่อว่า ทหารไทย ยังคงรักษาอธิปไตยไทยไม่ให้มีการรุกล้ำพื้นที่เพิ่มเติม ส่วนการผลักดันนั้น ทางทหารพร้อมใช้กำลังเข้าจัดการเด็ดขาด แต่เราเป็นห่วงประชาชนชาวตราด ที่จะได้รับผลกระทบหากเกิดการปะทะขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่จังหวัดตราด ใน 2 อำเภอ คือ อ.เมืองตราด มีพื้นที่ติดชายแดนจำนวน 4 ตำบล คือ ต.ท่ากุ่ม ต.ตะกาง ต.ชำราก และต.แหลมกลัด ติดกับอำเภอเวียงเวล จ.โพธิสัต ในอำเภอคลองใหญ่ มีพื้นที่ติดกับ จ.เกาะกง และมี 3 ตำบลที่ติดชายแดน คือ ต.ไม้รูด ต.คลองใหญ่ และต.หาดเล็ก ซึ่งตลอดระยะทางมีพื้นที่ที่กัมพูชารุกล้ำตาม MOU 43 จำนวน 17 จุด

ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา, กรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งสภาความมั่นคงเดินทางมาติดตามสถานการณ์ชายแดนตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา และทางฝ่ายหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด, ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 (ชค.ทพ.นย.ที่ 3) ได้บรรยายสรุปและชี้แจงถึงปัญหาในเรื่องนี้มาตลอด หลังจากมีความพยายามในการเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านท่าเส้นกับบ้านทมอดา ต.เวียงเวล อ.เวียงเวล จ.โพธิสัต แต่ฝ่ายความมั่นคง (สภาความมั่นคงแห่งชาติ) ไม่ยินยอม

เนื่องจากฝ่ายกัมพูชา มีการก่อสร้างอาคารกาสิโนหลังที่ 2 และบ้านพักทหารชายแดนล้ำเข้ามาในพื้นที่เขตแดนไทยและไม่ยอมรื้อถอนออกไป แม้ฝ่ายนักธุรกิจ จ.ตราด จะให้งบประมาณรื้อจำนวน 3 ล้านบาท แต่รัฐบาลกัมพูชาไม่ยินยอม ทำให้สภาความมั่นคงแห่งชาติไม่เปิดจุดผ่านแดนแห่งนี้ แม้จะมีภาคเอกชนของจังหวัดตราดและฝ่ายการเมืองของ จ.ตราด พยายามผลักดัน หลังจากมีการทุ่มงบประมาณกว่า 50 ล้านบาทสร้างถนน 4 เลนเข้ามาเชื่อมกับถนนที่ฝ่ายกัมพูชาสร้างมาเชื่อมก็ตาม โดยจำนวนพื้นที่ 17 จุด ที่ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำและละเมิดเขตแดนไทยตาม MOU 43 ประกอบด้วย ในพื้นที่อำเภอเมืองตราด ต.ชำราก มี 4 จุด ใน ต.แหลมกลัด 6 จุด อ.คลองใหญ่ ต.ไม้รูด 5 จุด และ ต.คลองใหญ่ 1 จุด และ ต.หาดเล็ก 1 จุด.