เมื่อวันที่ 17 ก.ย. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้โพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อสงสัยยอดฮิตเกี่ยวกับเมนูยอดนิยมอย่าง “น้ำเต้าหู้” ว่าเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมจริงหรือไม่
ความเชื่อ : น้ำเต้าหู้เสี่ยงมะเร็งเต้านม นพ.เจษฎ์ อธิบายว่า ในถั่วเหลืองซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของน้ำเต้าหู้ มีสารออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เรียกว่า ไอโซฟลาโวน (Isoflavones) ซึ่งเป็นต้นเหตุของความกังวลว่าอาจจะกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งมดลูกในผู้หญิงได้ แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีงานวิจัยใดที่ยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าการดื่มน้ำเต้าหู้จะทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เคยเป็นมะเร็งเต้านมและกังวลว่าการดื่มน้ำเต้าหู้จะทำให้มะเร็งกลับมาเป็นซ้ำได้อีกนั้น ก็ยังไม่มีผลวิจัยที่ชัดเจนในประเด็นนี้ ดังนั้น นพ.เจษฎ์ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ที่ดูแลเรื่องมะเร็งเต้านมโดยตรงจะดีที่สุด
ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้และการดื่มอย่างถูกวิธี
นพ.เจษฎ์ ระบุว่า น้ำเต้าหู้มีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะสำหรับคนใกล้และเข้าสู่วัยทอง เพราะจะช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน บรรเทาอาการช่องคลอดแห้ง อารมณ์แปรปรวน และยังช่วยให้ผิวพรรณกลับมาดีขึ้นอีกด้วย
เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากน้ำเต้าหู้ นพ.เจษฎ์ จึงแนะนำวิธีการดื่มที่เหมาะสม ดังนี้ :
- ดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ : ไม่ควรเกิน 2 แก้วต่อวัน หรือ 480 มิลลิลิตรต่อวัน
- งดเพิ่มน้ำตาล : การเติมน้ำตาลมากเกินไปอาจทำให้ได้โรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูงแทนที่จะได้ประโยชน์
- หลีกเลี่ยงการดื่มก่อนนอน : บางคนอาจมีปัญหาเรื่องระบบการย่อยอาหาร ทำให้ไม่สบายท้องและนอนไม่หลับได้ จึงควรดื่มก่อนนอนอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง
สรุป : น้ำเต้าหู้ปลอดภัยหากดื่มในปริมาณเหมาะสม
นพ.เจษฎ์ ย้ำว่า ยังไม่มีงานวิจัยใดที่ระบุชัดเจนว่าน้ำเต้าหู้เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งเต้านม แต่สาเหตุหลักที่ต้องระวังคือ ความอ้วน การดื่มแอลกอฮอล์ และความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของมะเร็งเต้านมที่ทุกคนควรหลีกเลี่ยง นอกจากนี้ น้ำเต้าหู้ยังเป็นแหล่งโปรตีนและไฟเบอร์ที่ดีสำหรับคนที่แพ้นมวัวอีกด้วย



