เมื่อวันที่ 18 ก.ย. คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออก นำโดย นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี รองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง พร้อมด้วย คณะวุฒิสภา ลงพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ณ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พร้อมมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้แก่ทหารในพื้นที่ชายแดน โดยมี นาวาเอก นพโรจน์ สิริปริยพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ให้การต้อนรับ และรายงานสรุปสถานการณ์ชายแดน

ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีมีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา 87 กิโลเมตร ปัจจุบันมีพื้นที่อ้างสิทธิ 2 แห่ง ได้แก่ เขาตาง๊อก เนื้อที่ประมาณ 3 ตารางกิโลเมตร ที่ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างสิทธิ แต่ไม่มีการครอบครองหรือทำกิน รอผลการเจรจาในระดับผู้บัญชาการ บริเวณหลักเขตที่ 66–67 ซึ่งเคยพบการบุกรุกปลูกข้าวโพดและอ้อยจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ได้มีการเจรจาและรื้อถอนออกแล้ว ปัจจุบันไม่มีผู้เข้าไปใช้ประโยชน์ นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญอีก 2 จุด คือ พื้นที่รูปตัว “ก” และรูปตัว “U” ซึ่งใช้แนวสันเขาและลำคลองปันน้ำเป็นสัญลักษณ์การแบ่งเขตแดน

จากนั้นคณะวุฒิสภาได้เดินทางไปยังจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์ชายแดนจากนายประพิศ ญาณปัญญา นายอำเภอโป่งน้ำร้อน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สว.จันทบุรี กล่าวว่า การจัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออก พบว่าประชาชนจากจังหวัดสระแก้ว และจันทบุรี ได้ร้องเรียนเรื่องการเปิดด่านมาเป็นจำนวนมาก โดยประชาชนได้ขอร้องอย่าให้มีคำสั่งเปิดด่านจากส่วนกลางหรือหน่วยเหนือในช่วงนี้ ซึ่งคณะ สว.ก็เห็นด้วย เพราะได้ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชามาโดยตลอด และเห็นด้วยกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ไม่ต้องการให้มีการเปิดด่าน เพราะกัมพูชาได้ละเมิดข้อตกลงบนโต๊ะเจรจามาโดยตลอด

“ส่วนเงื่อนไขถ้าจะมีการเปิดด่าน มีเงื่อนไขอะไรบ้าง 1.ชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดความสงบสุข 2.ต้องดำเนินการจัดการเรื่องเขตแดน และข้อพิพาทให้เรียบร้อย และ 3.ภัยคุกคามต่างๆ ตามแนวชายแดนต้องหมดไป หากทั้ง 3 ข้อนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขก็จะไม่มีการเปิดด่าน” นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สว.จันทบุรี กล่าวทิ้งท้าย