เมื่อวันที่ 18 ก.ย. นางประเทือง ปลื้มจิตต์ อายุ 81 ปี ชาวจังหวัดสระบุรี หรือเป็นที่รู้จักในนาม “คุณยายประเทือง ข้าวเหนียวปิ้ง Export ปิ้งเมืองไทย ขายเมืองนอก” ซึ่งเคยออกรายการโทรทัศน์หลายครั้ง เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” โดยคุณย้ายอ้างว่าถูกหลานสาวแท้ ๆ คือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) ยักยอกเงินในบัญชีไปกว่า 6 ล้านบาท

โดย คุณยาย เล่าว่า ตนได้รับมรดกจากบิดามาประมาณ 30 ล้านบาท โดยได้แบ่งให้ลูกและหลานไปแล้วรวมประมาณ 12 ล้านบาท และซื้อที่ดินอีก 12 ล้านบาท เหลือเงินฝากในบัญชีจำนวน 6 ล้านบาท ตนมีลูกทั้งหมด 4 คน คนโตทำงานไม่ได้และไม่ได้อยู่ด้วยกัน ลูกสาวคนที่ 2 ป่วยอยู่โรงพยาบาล ส่วนลูกสาวคนที่ 3 เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนคนสุดท้องป่วยติดเตียงเป็นมะเร็ง ด้วยเหตุนี้ ตนจึงมอบหมายให้หลานสาวคือ น.ส.เอ ซึ่งเป็นลูกของลูกชายคนสุดท้องที่ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย นอนติดเตียงอยู่บ้าน มาดูแลบัญชีแทน เพราะไว้ใจและเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ๆ

แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการใช้เงิน เพื่อนำไปรักษาลูกชายที่ป่วยเป็นมะเร็ง กลับพบว่าเงินในบัญชีหายไปหมดสิ้น เมื่อติดต่อธนาคารทหารไทย สาขาชาญอิสสระ ทาวเวอร์ 2 ได้รับแจ้งว่าไม่มีเงินเหลือ เช่นเดียวกับการไปตรวจสอบที่สำนักงานใหญ่ ก็ไม่พบยอดเงินคงเหลือ ทำให้ตนตกใจและเสียใจอย่างมาก หลังจากนั้นหลานสาวก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีก

นางประเทือง เล่าว่า ตนมีบัญชีอยู่ 2 ประเภท ทั้งฝากประจำและออมทรัพย์ โดยได้ถอนเงินจากบัญชีฝากประจำมาไว้ในบัญชีออมทรัพย์ เพื่อความสะดวกในการใช้จ่าย (ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. 67) แต่กลับกลายเป็นช่องทางให้หลานสาวสามารถเบิกถอนเงินได้ง่ายขึ้น ต่อมาทราบว่าภายในเวลาเพียง 2 เดือนที่ผ่านมานี้ เงินทั้งหมดในบัญชี ถูกถอนและโอนออกไปจนหมด โดยทยอยเบิกครั้งละ 40,000-50,000 บาท กระทั่งวันที่ต้องการใช้เงินไปรักษาลูกชายซึ่งเป็นพ่อของหลานสาวคนนี้ กลับพบว่าเงินหายเกลี้ยงทั้งบัญชี

นางประเทือง กล่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่คิดว่าหลานสาวแท้ ๆ จะทำกับตนเช่นนี้ ทั้งที่เคยมีประวัติขโมยทองของแม่ไปขาย แต่ก็ยังไว้ใจให้ดูแลเงินสำหรับดูแลพ่อตัวเอง แต่สุดท้ายกลับยักยอกไปจนหมดบัญชี ทำให้ต้องตอนนี้เดือดร้อนแสนสาหัส ต้องพึ่งพาญาติ ๆ เพราะไม่เหลือเงินไว้ใช้ในบั้นปลายชีวิต และดูแลลูก ๆ ทั้งนี้หากไม่ได้เงินคืนก็ไม่เป็นไร แต่ยืนยันว่าจะเอาผิดเด็ดขาดกับหลานสาวราวนี้ เพื่อไม่ให้ไปทำกับใครอีก

หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความเอาผิดข้อหา “ยักยอกทรัพย์” ไว้ที่ สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 68 และจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่สามารถติดต่อหลานสาวได้ ทราบเพียงว่าแฟนหนุ่มของหลาน เพิ่งสอบนายร้อยเตรียมทหารได้ และมีข้อมูลว่าขณะนี้อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนหลานสาวปิดเครื่องหนีและไร้วี่แวว จึงอยากฝากตำรวจเร่งดำเนินการตามจับกุมมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ด้าน ดร.ปรเมศร์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณยายสูงวัยที่ถูกหลานสาวแท้ ๆ ยักยอกเงินไปกว่า 6 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 2 เดือน ยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจน เนื่องจากมีเส้นทางการเงินจากบัญชีไปยังปลายทาง สามารถตรวจสอบได้ทันที ไม่ซับซ้อน โดยจะเร่งรัดสอบถามกับพนักงานสอบสวนว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว และจะให้ความเป็นธรรมกับคุณยายเต็มที่.