“ทีมข่าวอาชญากรรม” สำรวจข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ส. ถึงสถานการณ์พืชกระท่อม ภายหลัง “ปลดล็อก” ออกจากบัญชียาเสพติด พบมีผู้เจตนาไม่สุจริตบางส่วน ฉกฉวยโอกาสแสวงหาประโยชน์ให้ตัวเอง โดยไม่สนใจผลกระทบร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน ด้วยการขายน้ำต้มใบกระท่อม ซึ่งผลิตโดยไม่ถูกต้องตามหลักสาธารณสุข โดยมีสารออกฤทธิ์เกินค่ามาตรฐานหลาย 10 เท่า

ยังไม่นับปัญหาการปนเปื้อนด้วยสิ่งสกปรก ไม่ว่ายาฆ่าแมลง โลหะหนัก เชื้อโรค โดยบางรายยังผสมสิ่งอื่น ๆ เพื่อจูงใจให้เด็กและเยาวชนมาบริโภค เช่น น้ำหวานหลากสีเพื่อแต่งกลิ่นและรส ยิ่งไปกว่านั้นบางรายยังผสมยา หรือสารเสพติด ทั้งนี้ การบริโภคน้ำต้มใบกระท่อมที่มีสารออกฤทธิ์ในระดับที่สูงเป็นระยะเวลานาน สามารถนำสู่ภาวะทางจิตเวชได้ด้วย

ที่น่าห่วงใยอีกข้อคือ ภาพการขายน้ำต้มใบกระท่อมที่พบเห็นได้ทั่วไปตามริมถนนสาธารณะ ทั้งสายหลัก สายรอง ยันในหมู่บ้านชุมชน ไปจนถึงการใช้ยานพาหนะเร่ขาย อย่างรถกระบะเปิดท้าย รถเข็น เรือ เป็นช่องทางให้เข้าถึงง่าย

จากข้อมูล ป.ป.ส. ตาม รายงานผลประมาณการผู้ใช้สารเสพติดของประเทศไทยปี 67 พบมี ผู้ใช้ พืชกระท่อมเพิ่มจาก 150,000 ราย เป็นกว่า 1,300,000 ราย ขณะข้อมูล ผู้บำบัด ปี 66 มี 1,780 ราย ปี 67 มี 3,344 ราย และปี 68 (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ส.ค.68) มี 3,406 ราย ถือว่าเพิ่มขึ้น

สำหรับข้อมูลร้องเรียนบุคคลมี 585 เรื่อง สถานที่ 346 เรื่อง รวม 931 เรื่อง ส่วนข้อมูลร้านขายน้ำต้มใบกระท่อมทั่วประเทศ ปี 68 มี 1,113 ร้าน มูลค่าส่งออกพืชกระท่อมมีกว่า 900 ล้านบาท

หากพิจารณาสาระสำคัญของประกาศจะพบหลักการน่าสนใจ คือ 1.ห้ามผู้ใดขายใบกระท่อมในสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ในระยะห่างไม่เกิน 1,000 เมตร จากแนวรั้วหรือแนวเขตของสถานศึกษา ตามมาตรา 25(1) 2.ห้ามผู้ใดขายใบกระท่อมโดยวิธีการ หรือลักษณะการเร่ขาย หรือการจัดตั้งแผงลอย 3.ประกาศฉบับดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับ เมื่อพ้น 30 วัน นับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 4.ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 50,000 บาท ตามพ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ.2565

สำนักงาน ป.ป.ส. คาดหวังว่า ผลของการบังคับใช้ตามประกาศฉบับนี้ จะช่วยปกป้องกลุ่มเด็กและเยาวชนที่จะได้รับอันตรายจากการบริโภคน้ำต้มใบกระท่อม ส่วนแนวควบคุมระยะถัดไป คงเป็นการออก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การปิดประกาศหรือการแจ้งให้บุคคลที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายทราบถึงข้อห้ามขายใบกระท่อม หรืออาหารตามกฎหมายว่าด้วยอาหารที่มีใบกระท่อมเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบ (ฉบับที่ ..) .. …. เพื่อกำหนดขนาดการปิดประกาศ ตามมาตรา 24 ให้มีขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 80 ซม. และยาวไม่น้อยกว่า 120 ซม. และขนาดของตัวอักษรกว้างไม่น้อยกว่า 4 ซม. และสูงไม่น้อยกว่า 7 ซม. เพื่อให้มองเห็นชัดเจนทั้งผู้บริโภคและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ให้มีคำเตือน เช่น การบริโภคใบกระท่อมมากเกินควรอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นต้น

ส่วนการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.พืชกระท่อมฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้ มีดังนี้ 1.การปรับปรุงนิยาม “ใบกระท่อม” ไม่ให้รวมถึงน้ำต้มใบกระท่อม 2.การกำหนดพนักงานเจ้าหน้าที่ ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตำรวจ และปกครอง เพื่อมีอำนาจในการควบคุมพืชกระท่อม 3.การจดแจ้งการลงทะเบียนใบกระท่อมเพื่อการบริโภค รวมถึงการขายทางอิเล็กทรอนิกส์

4.การกำหนดอัตราโทษที่ได้สัดส่วนเพื่อควบคุมการขายใบกระท่อม และการนำไปใช้ในทางที่ผิด และยกเลิก “โทษปรับเป็นพินัย” เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการควบคุม 5.การจดแจ้งขึ้นทะเบียนเพื่อครอบครองต้นกระท่อม ทั้งในเชิงพาณิชย์และการใช้ตามวิถีชีวิต

6.การจัดตั้งคณะกรรมการพืชกระท่อมแห่งชาติ เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อน ควบคุมและส่งเสริมตามเจตนารมณ์ และ 7.การจัดให้มีแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนา ส่งเสริม ใช้ประโยชน์และควบคุมพืชกระท่อม ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน