สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวหลังสถานีโทรทัศน์เอบีซีระงับการออกอากาศ “จิมมี คิมเมล ไลฟ์” ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการทอล์กโชว์ช่วงดึกชื่อดังอย่างไม่มีกำหนด ว่าเขาเคยทราบจาก “ที่ไหนสักแห่ง” ว่า 97% ของสถานีข่าวทั้งหลายในสหรัฐ รายงานต่อต้านตัวเขา และอีก 97% นำเสนอแต่ข่าวเชิงลบ


อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า ยังคงสามารถคว้าชัยชนะ “ได้อย่างง่ายดาย” ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ผ่านมา โดยเฉพาะใน 7 รัฐซึ่งถือเป็นสวิงสเตต และกล่าวว่า สื่อเหล่านั้นยังคงออกอากาศได้อยู่ “แต่หลังจากนี้ควรถูกถอนใบอนุญาต”


มีรายงานเพิ่มเติมว่า เอบีซีตัดสินใจถอดรายการ จิมมี คิมเมล ไลฟ์ จากผังการออกอากาศของสถานี “อย่างไม่มีกำหนด” หลังได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการ ว่าคณะกรรมการกำกับกิจการสื่อสารกลาง (เอฟซีซี) “จะดำเนินการ” กับรายการดังกล่าว


ทั้งนี้ คิมเมลกล่าวในรายการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ถึงเหตุลอบยิงสังหารนายชาร์ลี เคิร์ก อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของฝ่ายอนุรักษนิยม ว่า “เกิดเรื่องตกต่ำครั้งใหม่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อแก๊งมากาพยายามอย่างสิ้นหวัง ที่จะทำให้ฆาตกรสังหารเคิร์ก ไม่ใช่พวกเดียวกันกับตัวเอง และยังคงพยายามทุกวิถีทางเพื่อเรียกคะแนนนิยมทางการเมืองจากเรื่องนี้”


อนึ่ง “แก๊งมากา” สื่อถึง “MAGA” ที่มาจากแนวคิด “ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่” หรือ “Make America Great Again” ของทรัมป์ ซึ่งคิมเมลกล่าวถึงผู้นำสหรัฐด้วยว่า แสดงท่าทีต่อการเสียชีวิตของเคิร์ก “ราวกับเด็ก 4 ขวบ ที่เพิ่งเสียปลาทองแสนรักไป”


นอกจากนี้ บริษัทเน็กซ์สตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีเครือข่ายท้องถิ่นใหญ่ที่สุดของเอบีซี ประกาศระงับการออกอากาศ จิมมี คิมเมล ไลฟ์ “ในระยะเวลาหนึ่ง” เนื่องจากบริษัท “ไม่เห็นด้วย” กับทัศนคติของคิมเมล ที่จนถึงตอนนี้ยังคงเก็บตัวเงียบ


อย่างไรก็ตาม นักวิชาการของสหรัฐหลายคนเชื่อมว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1 คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สามารถตีความในการห้ามเอฟซีซีเพิกถอนใบอนุญาตสื่อ เพียงเพราะมีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน.

เครดิตภาพ : AFP