เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนทัพพระยาพิทยา ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี พร้อมด้วย น.ส.สิรินโสพิศ ปัจฉิมสวัสดิ์ (แบมบี้) มิสแกรนด์ระนอง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิองค์กรทำดี ร่วมกันนำสิ่งของถุงยังชีพ จำนวน 400 ชุด มามอบให้กับชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และยังมีสิ่งของอื่นๆ มอบให้อีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังได้นำนักร้อง ศิลปินตลก อาทิ หญิง ธิติกานต์, อรชร เชิญยิ้ม และศิลปินวงการบันเทิงอีกจำนวน ที่ได้มาร่วมแสดงดนตรี เพื่อเป็นการสร้างความบันเทิงให้กับผู้ที่มาเข้าร่วมงาน ซึ่งพากันลุกขึ้นมาเต้นกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่บรรยากาศที่บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว และวัดหนองหญ้าแก้ว พบว่า นายวีรพงษ์ ศรีจันทร์ ผอ.เทศบาลชนะชัยศรี ได้นำคณะครู เดินทางมาประกอบอาหารเพื่อส่งมอบ และเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่แนวหน้าด้วย

ด้าน นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว เขต 3 ลงพื้นที่นำสิ่งของต่าง ๆ ทั้งน้ำดื่มและมอบเงินสดให้กับผู้นำชุมชน สนับสนุนไว้ให้ใช้ในการประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ที่ร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ ในนามที่เป็นคนสระแก้ว และคนไทย ก็อยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ที่ทุ่มเทแรงกาย และจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะเห็นได้ว่าทางเราได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) ซึ่งวันนี้ก็มี ตำรวจ คฝ. จาก จ.ชลบุรี เข้ามาสนับสนุนภารกิจ อีกด้วย ถ้าหากมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น

อย่างเช่นพื้นที่จังหวัดสระแก้ว มีระยะทางยาว 165 กม. ตั้งแต่ ตาพระยา จนถึง คลองหาด เป็นพื้นที่ที่มีการพูดคุยถกเถียงกันเรื่อยมา และอย่างที่ อ.โคกสูง ก็มีความทับซ้อน ซึ่งก็อยากให้ถือเอาวิกฤติเป็นโอกาส ดันไปให้ถึงเขตที่ควรจะเป็นพื้นที่ของเรา ทั้งหมดทั้งปวง ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่ได้อดทนอดกลั้นอยู่บนพื้นฐาน ปฏิบัติหน้าที่จากเบาไปหาหนัก เพราว่าทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง

ส่วนบริเวณแนวลวดหนามป้องกันตนเอง ข้อมูลพบว่า เวลา 07.00 น. บ้านหนองหญ้าแก้ว ยังไม่มีมวลชนเข้ามายังแนวดังกล่าว มีเพียง ทหารกัมพูชา ที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ กระทั่งเวลา 10.00 น. นายอุม เรียไตร ผวจ.บ็อนเตียย์เมียนเจ็ย ได้นำสื่อมวลชนต่างชาติเข้ามาบริเวณพื้นที่แนวลวดหนาม บ้านไปรจัน ต.โอเบยเจือน อ.โอวโจรว จ.บ็อนเตียย์เมียนเจ็ย (ติดกับบ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว) ต่อมาเวลา 10.40 น. จากการสำรวจภาพมุม​สูง​พบว่า พื้นที่ตรงป่ายูคาที่มวลชนกัมพูชารวมตัวมาก่อม็อบแล้วทำการรื้อถอนลวดหนาม และยั่วยุเจ้าหน้าที่ทหารไทย จนต้องมีการใช้ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนสลายตัวตามหลักยุทธวิธีไปแล้วนั้น โดยเริ่มมีการสร้างเพิงพักด้วยผ้าใบสีน้ำเงิน เหมือนจุดบ้านหนองจาน โดยในทุก ๆ จุด จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดบ็อนเตียย์เมียนเจ็ย เข้ามาอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ทำให้คาดการณ์ไปได้ว่า ไม่ใช่แค่ นายโต สริน หรือ “กำนันลี” ที่อาจจะเสียผลประโยชน์ เมื่อทางการไทยจะทำการทวงคืนแผ่นดินกลับมา

ขณะเดียวกันทาง นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้ออกแถลงการณ์ ตามที่ได้มีการประชุมร่วมระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กับผู้ว่าราชการจังหวัดบ็อนเตียย์เมียนเจ็ย เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมด่านตรวจคนเข้าเมืองจุดผ่านแดนถาวรปอยเปต จังหวัดบ็อนเตียย์เมียนเจ็ย ราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดบ็อนเตียย์เมียนเจ็ย ได้นำเสนอข้อเสนอของจังหวัดบ็อนเตียย์เมียนเจ็ย เกี่ยวกับพื้นที่พิพาทบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศด้านจังหวัดสระแก้ว 4 ข้อ

โดยจังหวัดสระแก้วได้พิจารณาข้อเสนอของผู้ว่าราชการจังหวัดบ็อนเตียย์เมียนเจ็ย ราชอาณาจักรกัมพูชา แล้ว และได้มีหนังสือตอบข้อเสนอดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. จังหวัดสระแก้วขอให้ประชาชนชาวกัมพูชาที่รุกล้ำ อพยพออกไป ให้พ้นแนวพื้นที่อ้างสิทธิตลอดแนวชายแดนจังหวัดสระแก้วทุกพื้นที่ โดยให้ส่งแผนการอพยพให้จังหวัดสระแก้ว ก่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย-กัมพูชา ครั้งต่อไป ที่จะจัดขึ้นภายในวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568 นี้, 2.ให้จังหวัดบ็อนเตียย์เมียนเจ็ย ปฏิบัติตามข้อเสนอของจังหวัดสระแก้วทั้ง 8 ข้อ ที่ได้เสนอในการประชุมร่วม

ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กับผู้ว่าราชการจังหวัดบ็อนเตียย์เมียนเจ็ย เมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน 2568 หากไม่ดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าว จังหวัดสระแก้วจะแจ้งในการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) ในระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2568 และจะไม่มีการเจรจาในระดับจังหวัดอีกต่อไป และ 3.จังหวัดสระแก้ว พร้อมดำเนินการกับผู้ที่รุกล้ำอธิปไตย ทำลายหรือขโมยทรัพย์สินของทางราชการทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนคนไทยตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทยอย่างเด็ดขาดในขอบเขตอธิปไตยของประเทศไทย.