เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกลิ่นความผิดปกติ 3 ข้อ ของโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย โดยสนับสนุนให้คนไทยสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI หรือโครงการ TH-AI Passport จึงขอให้นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยกเลิกโครงการดังกล่าว หรือจะปล่อยไหลแล้วลอยตัวหนีความรับผิดชอบ โดยนางการดี ระบุว่า เรื่อง TH-AI Passport ยังเป็นเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ที่สังคมต้องการคำตอบ ซึ่งพรรคประชาชนได้แถลงให้เห็นของที่ใกล้เคียงกัน ออกมาแล้ว 2 แอปพลิเคชัน/แพลตฟอร์ม คือ 1. OKMD AI Playground มีอยู่แล้ว และฟรี โดย OKMD ใช้งบประมาณ 2 ล้านกว่าบาท และ 2. Plan B AI Passport ซึ่งเหมือนมีของอยู่แล้ว ทำให้เชื่อได้ว่ามีการล็อกไว้ก่อน แล้วมาถอนทุนจากโครงการนี้ภายหลัง และยังมีโอกาสฟันกำไรมหาศาล
“อดสงสัยไม่ได้ว่า คุณไชยชนก ในฐานะผู้ให้นโยบาย และในฐานะรัฐมนตรีกำกับกระทรวงนี้จะไม่ลงมือทำอะไรเลยหรือ ก่อนหน้านี้ที่บอกว่าทางราชการทําตามกระบวนการ รัฐมนตรีไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย มาถึงนาทีนี้ การปล่อยไหล หรือลอยตัว ในขณะที่ข้อมูลความผิดปกติเป็นที่ชัดเจน ก็เท่ากับเป็นการละเลยหน้าที่” นางการดี ระบุ
นางการดี ยังกล่าวถึงสิ่งที่ทวงถามอย่างต่อเนื่อง คือ 1.สัญญาการจัดซื้อจัดจ้าง 2.รายชื่อกรรมการตรวจรับงาน 3.รายงานงวดที่ 1 และเอกสารการตรวจรับงาน โดยปัจจุบัน ตนทราบแล้วว่าใครเป็นคนร่างสัญญาทีโออาร์ฉบับนี้ และผู้ที่ร่างไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้โดยตรง ซึ่งทำให้คำถามเรื่องประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของโครงการนี้ยิ่งทวีความน่ากังวล นอกจากนี้ ที่น่ากังวลที่สุด คือประเด็นข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน และข้อมูลพฤติกรรม 5,000,000 คน ซึ่งตนไม่เชื่อมั่นว่ารัฐจะจัดเก็บและปกป้องข้อมูลมหาศาลขนาดนี้ให้ปลอดภัยจากการรั่วไหลหรือการถูกโจมตีได้ ในเมื่อพื้นฐานของการจัดทำโครงการยังเต็มไปด้วยช่องโหว่และการขาดความเชี่ยวชาญเช่นนี้
อีกทั้งวัตถุประสงค์ในทีโออาร์ระบุว่า ต้องเป็นการประมวลผลภายในประเทศ แต่ข้อเท็จจริงในเชิงเทคนิค ที่เรา prompt จะถูกส่งข้อมูลไปประมวลผลต่างประเทศ และจนถึงนาทีนี้หลายเรื่องที่ยังไม่มีคำตอบว่าใครเป็นเจ้าของข้อมูล และความปลอดภัยต่อข้อมูลของประชาชน 5 ล้านคน เพราะถือเป็นภัยความมั่นคงยุคใหม่ และผิดหลักนโยบายอธิปไตยข้อมูล
“การใช้ AI คือการให้ข้อมูลพฤติกรรม และข้อมูลส่วนบุคคลออกไปต่างชาติ ให้เงินเขาไปยังไม่พอ เอาข้อมูลคนไทยนับล้านไปให้คนอื่นทำประโยชน์ต่อได้อีก และการประมวลผลต่างประเทศก็ผิดหลักนโยบายอธิปไตยข้อมูล และวัตถุประสงค์ของ TOR ในข้อ 2.2 อีก แล้วตกลงนโยบายรัฐบาลที่ว่าศักยภาพ AI มันเขียนไว้ตรงไหน อย่างไร ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ” นางการดี ระบุ
นางการดี ยังชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้เข้าเงื่อนไขเกณฑ์ 3 ข้อตามที่นายไชยชนก เคยบอกไว้ว่าต้องเลิกหรือพักโครงการ คือ 1.การกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะมีกลิ่นผิดปกติตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้าง และการทำโครงการไม่เป็นไปตามทีโออาร์ มีการส่งข้อมูลไปประมวลผลต่างประเทศ 2.ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า เนื่องจาก AI แอปพลิเคชัน เวอร์ชันฟรีมีอยู่แล้ว และดีกว่า 3.ไม่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพราะนโยบายรัฐบาลมี (คลุมเครืออย่างฉะฉาน) แต่ไม่มีโรดแม็พ ทำให้ตอบเรื่องความคุ้มค่ายากมากๆ พร้อมทิ้งท้ายคำถามด้วยว่า “อ่านถึงตรงนี้ก็น่าจะครบทุกข้อแล้วนะคะ ตกลงว่าไงดีคะท่านรัฐมนตรี”.



