สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า จัดการส่งเครื่องอิสริยาภรณ์ “นกอินทรีขาว” คืนให้แก่รัฐบาลโปแลนด์แล้ว หลังเคยได้รับมอบ เมื่อปี 2566


ขณะเดียวกัน เซเลนสกียืนยันว่า ยูเครนยังคงขอบคุณและซาบซึ้งต่อการสนับสนุนจากโปแลนด์ และพร้อมเปิดกว้างต่อความร่วมมือทุกกรอบ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งด้านการตีความประวัติศาสตร์ร่วมกัน


อย่างไรก็ดี มีรายงานด้วยว่า อดีตประธานาธิบดียูเครนอีกสามคน คือนายเลโอนิด คุชมา นายวิกเตอร์ ยูชเชนโก และนายเปโตร โปโรเชนโก ต่างพร้อมใจส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์นกอินทรีขาวที่เคยได้รับจากโปแลนด์เช่นกัน โดยให้เหตุผลว่า ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความพยายามในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ


ทั้งนี้ ประธานาธิบดีคาโรล นาวรอคกี ผู้นำโปแลนด์ ลงนามในคำสั่ง เพิกถอนและเรียกคืนเครื่องอิสริยาภรณ์จากเซเลนสกี ว่าเป็นผลจากการที่เซเลนสกีลงนามในกฤษฎีกาเชิดชูเกียรติหน่วยรบพิเศษของยูเครนในการสู้รบกับรัสเซีย ด้วยการนำชื่อของ “กองทัพกบฏยูเครน” (ยูพีเอ) มาเป็นชื่อหน่วย


ทั้งนี้ ชาวยูเครนส่วนใหญ่มองว่า ยูพีเอ “คือวีรบุรุษ” ที่ต่อสู้กับทั้งสหภาพโซเวียตและนาซีเยอรมัน แต่ในมุมมองของโปแลนด์ ยูพีเอมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งใหญ่ ระหว่างปี 2486-2488 ซึ่งตามประวัติศาสตร์ของโปแลนด์ระบุว่า มีชาวโปแลนด์ราว 100,000 ราย ถูกสังหารโดยกลุ่มชาตินิยมยูเครน


ด้านนายอันเดร ซิบิกา รมว.การต่างประเทศยูเครน วิจารณ์การตัดสินใจของโปแลนด์ว่าเป็น “ความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์” และแสดงความเสียใจที่โปแลนด์เลือกยกระดับข้อพิพาท แทนการแสวงหาทางออก พร้อมยืนยันว่า ไม่มีผู้นำประเทศใดสามารถกำหนดประวัติศาสตร์ของยูเครนได้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS