“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ยังเดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างที่ปรึกษางานจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา(ประมูล) และจัดการประกวดราคาโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะ(เฟส)ที่ 2 จำนวน 5 เส้นทาง วงเงินรวม 70 ล้านบาทตามแผนงาน แม้จะมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จากพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งจากการสอบผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้รับข้อมูลว่า รฟท. ได้ออกประกาศเชิญชวน และมีที่ปรึกษายื่นข้อเสนอเข้ามาแล้ว โดย รฟท. ยังคงพิจารณาข้อเสนอ ไม่มีการชะลอการดำเนินการแต่อย่างใด เพราะสามารถคัดเลือกที่ปรึกษา เพื่อจัดทำรายละเอียดฯ และเตรียมพร้อมการเปิดประมูลโครงการฯ ไว้ก่อนได้ เมื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดใหม่อนุมัติโครงการฯ จะได้ดำเนินการเปิดประมูลอย่างรวดเร็ว

สำหรับรถไฟทางคู่ เฟสที่ 2 มีทั้งหมด 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,479 กิโลเมตร(กม.) วงเงินรวม 3.26 แสนล้านบาท โดย 5 เส้นทางที่จัดซื้อจัดจ้างที่ปรึกษาฯ รวม 70 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานีระยะทาง 308 กม. วงเงิน 15 ล้านบาท, 2.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 15 ล้านบาท, 3.ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 15 ล้านบาท, 4.ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 218 กม. วงเงิน 15 ล้านบาท และ 5.ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 10 ล้านบาท

ส่วนช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. ยังไม่ได้เตรียมการ เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) รอให้ผ่านความเห็นชอบก่อน ขณะที่ช่วงขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 167 กม. เริ่มงานก่อสร้างแล้วตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.2568 อย่างไรก็ตามจากการประกาศเชิญชวนจัดซื้อจัดจ้างฯ ตั้งแต่เดือน ก.ค.2568 พบว่า มีผู้ยื่นข้อเสนอเข้ามาเกือบ 10 บริษัท เส้นทางละประมาณ 2 ราย คาดว่าจะได้ที่ปรึกษาฯ ประมาณเดือน ต.ค.-พ.ย.2568 ขณะเดียวกันในระหว่างนี้ รฟท. ต้องเร่งทบทวน และเพิ่มเติมข้อมูลต่างๆ ตามความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์ ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวที่มีมติเห็นชอบเพียง 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี 2. ช่วงสุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา และ 3. ช่วงชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์

ปัจจุบันสถานะโครงการรถไฟทางคู่ เฟสที่ 2 ทั้ง 6 เส้นทาง อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเสนอที่ประชุม ครม. โดยสำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง เห็นชอบทั้ง 6 เส้นทาง ยังรอความคิดเห็นของสภาพัฒน์ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) สภาพัฒน์ ได้เห็นชอบ 3 เส้นทาง อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับความคิดเห็นครบทุกหน่วยงาน ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคมคนใหม่ ว่าจะเสนอโครงการฯ ต่อครม.เมื่อใด หากสามารถเสนอได้ครบทั้ง 6 เส้นทางไม่เกินเดือน พ.ย.-ธ.ค.2568 ภายใต้การทำงานของรัฐบาล 4 เดือนก็จะทำให้โครงการยังสามารถเดินหน้าได้ตามแผน หากเกินจากนี้จะทำให้การดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ เฟส 2 ยิ่งล่าช้าออกไป เนื่องจากต้องรอรัฐบาล และครม. ชุดใหม่ ที่น่าจะได้ประมาณกลางปี 2569 เป็นผู้พิจารณา
สำหรับการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ เฟสที่ 2 เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการขนส่งระบบรางทั้งการขนส่งสินค้า และโดยสาร ลดระยะเวลาในการเดินทางได้ 1–1.50 ชั่วโมงไม่ต้องรอสับหลีก อำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าได้ทุกภูมิภาค ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศต่อไป.



