เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. นายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี ชี้แจงกรณีสำนักข่าวแห่งหนึ่ง นำเสนอข้อมูลว่าพบกลุ่มบุคคลต่างชาติที่ประกอบธุรกิจด้านการศึกษา การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยและอำเภอเกาะพะงัน ได้รับสัญชาติไทยและถือบัตรประจำตัวประชาชนของประเทศไทย โดยมีหมายเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 81033.. ว่า จากการตรวจสอบของปกครองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังไม่พบบุคคลชาวต่างชาติ ยื่นขอสัญชาติไทยในพื้นที่แต่อย่างใด แต่ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลว่ามีบุคคลชาวต่างด้าวที่เข้ามาทำธุรกิจ ในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน และได้รับสัญชาติไทยตามที่ปรากฏเป็นข่าวจริงหรือไม่

ขณะที่ นายจักรกฤษ ฝั่งชลจิตต์ รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การได้มาซึ่งสัญชาติไทย ของบุคคลต่างด้าว สามารถดำเนินการได้ภายใต้เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 ทั้งนี้ จากข้อมูลหมายเลขรหัสที่ปรากฏเพียง 5 หลัก ยังไม่สามารถตรวจสอบหรือยืนยันได้ว่าเป็นเลขประจำตัวประชาชนของบุคคลสัญชาติไทยหรือไม่ เนื่องจากเลขขึ้นต้นด้วยเลข 8 เป็นเลขที่เกี่ยวข้องกับสถานะบุคคลต่างด้าว จึงจำเป็นต้องได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องและครบถ้วน

จังหวัดสุราษฎร์ธานีขอยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉยต่อกรณีดังกล่าว และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงที่มาของเลขรหัสดังกล่าว ตลอดจนกระบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง หากพบการกระทำที่ไม่ถูกต้องหรือการได้มาซึ่งสิทธิโดยมิชอบ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมรายงานผลการตรวจสอบให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวกรมที่ดิน ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีชาวอิสราเอล อย่างน้อยหนึ่งรายซึ่งได้รับสัญชาติไทย มีการถือครองที่ดินจำนวน 5 แปลง ในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน 4 แปลง และที่เกาะสมุย 1 แปลง