เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และมหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัย (MOU) เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรของทั้งสองหน่วยงานในการขับเคลื่อนงานวิจัย นวัตกรรม การพัฒนาระบบประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการ และการผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข รองรับการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เป็นผู้ลงนามความร่วมมือ พร้อมด้วยนพ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิการวิทยาลัยแพทยศาสตร์ นพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตลอดจนผู้บริหาร คณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการของทั้งสองหน่วยงาน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม 1-801 ชั้น 8 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และมหาวิทยาลัยรังสิตมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านวิชาการ การวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข เพื่อสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง สนับสนุนการพึ่งพาตนเองของประเทศ และยกระดับระบบสุขภาพของไทยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านการวิจัย การดำเนินโครงการวิจัยร่วมด้านการแพทย์และสาธารณสุข การใช้ทรัพยากร ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และข้อมูลวิชาการร่วมกัน รวมถึงการร่วมแสวงหาแหล่งทุนวิจัย พร้อมกำหนดแนวทางบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิบัตร และการเผยแพร่ผลงานวิจัยร่วมอย่างเป็นระบบ

-ด้านการพัฒนาระบบประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านระบบคุณภาพและมาตรฐานห้องปฏิบัติการ เพื่อยกระดับมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

-ด้านวิชาการและการพัฒนาบุคลากร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะสนับสนุนวิทยากร การบรรยายพิเศษ การฝึกปฏิบัติงาน และการศึกษาดูงาน ขณะที่มหาวิทยาลัยรังสิตจะสนับสนุนระบบข้อมูลสารสนเทศทางวิชาการ รวมทั้งทั้งสองฝ่ายจะร่วมจัดฝึกอบรม สัมมนา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และจัดประชุมวิชาการทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนชั้นนำที่มีความโดดเด่นด้านการจัดการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นหน่วยงานหลักของประเทศด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ การตรวจวิเคราะห์ การวิจัยและพัฒนา การอ้างอิงทางห้องปฏิบัติการ และการกำหนดมาตรฐานเพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุข

ซึ่งความร่วมมือระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และมหาวิทยาลัยรังสิต ในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร และการใช้ทรัพยากรทางวิชาการร่วมกัน เพื่อสร้างผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และยกระดับคุณภาพระบบสุขภาพของประเทศ รวมทั้งเกิดเครือข่ายทางวิชาการที่เข้มแข็ง นำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขและการพัฒนาประเทศในระยะยาว