สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ว่าสื่อทุกแห่งของจีนรายงานตรงกันว่า นายจู หรงจี อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงแก่อสัญกรรม ที่กรุงปักกิ่ง รวมอายุได้ 97 ปี
จูเกิดเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2471 ที่เมืองฉางซา ในมณฑลหูหนาน และสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยชิงหัว ก่อนเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปี 2492
ในช่วงปลายทศวรรษ 2500 จูถูกกล่าวหาว่า มีแนวคิดการเมืองฝักใฝ่ฝ่ายขวา หลังวิพากษ์วิจารณ์แนวทางเศรษฐกิจของรัฐบาล จึงถูกส่งไปใช้แรงงานในชนบทในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรม ก่อนกลับเข้าสู่การทำงานภาครัฐอีกครั้ง เมื่อช่วงปลายทศวรรษ 2510
Zhu Rongji, Chinese premier who cajoled economy into modern era, dies at 97 https://t.co/2IyClpDTnb https://t.co/2IyClpDTnb
— Reuters (@Reuters) August 12, 2026
ทั้งนี้ พรรคคอมมิวนิสต์แต่งตั้งจู ให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ เมื่อปี 2531 และมีส่วนสำคัญในการผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจของเมือง ก่อนย้ายเข้าสู่รัฐบาลกลางในกรุงปักกิ่งเมื่อปี 2534
ต่อมาจูได้รับการแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและเข้ารับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ โดยมีบทบาทสำคัญในการควบคุมภาวะเงินเฟ้อ ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ และปรับปรุงระบบการเงินของประเทศ ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระหว่างปี 2541-2546
ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จูผลักดันการปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจครั้งใหญ่ แม้ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากต้องออกจากงาน แต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพภาคธุรกิจของจีน
นอกจากนี้ ยังมีการปฏิรูประบบภาษี กระจายอำนาจด้านการจัดเก็บรายได้กลับสู่รัฐบาลกลาง และส่งเสริมการปฏิรูปการถือครองที่อยู่อาศัย ซึ่งต่อมากลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์
หนึ่งในผลงานสำคัญที่สุดของจูคือ การนำจีนเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เมื่อปี 2544 และนโยบายของจูมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 2530-2540 และทำให้เขาได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในผู้วางรากฐานสำคัญ ให้กับการก้าวขึ้นมามีบทบาททางเศรษฐกิจของจีนในเวทีโลก
นอกจากนี้ จูยังเป็นที่จดจำจากบุคลิกตรงไปตรงมาและการแสดงความเห็นอย่างไม่อ้อมค้อม จนได้รับฉายาว่าเป็น “ผู้คุมเศรษฐกิจ” ของจีน และกลายเป็นหนึ่งในผู้นำจีน ซึ่งมีภาพลักษณ์โดดเด่นที่สุดในยุคปฏิรูปเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม นโยบายปฏิรูปของจูก็เผชิญเสียงวิจารณ์ โดยเฉพาะผลกระทบจากการเลิกหรือปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำและการกระจายรายได้ที่ตามมา
หลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2546 จูถอนตัวจากบทบาททางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด และใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



