สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ว่าผลการศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ของออสเตรเลียระบุว่า ผลไม้ น้ำผึ้ง และอาหารที่มีรสหวานตามธรรมชาติ อาจเคยเป็นแหล่งพลังงานอันจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสมองมนุษย์ ก่อนที่การรู้จักปรุงอาหารจะเข้ามา ช่วยให้ย่อยอาหารที่มีแป้งสูงอย่างหัวมันและธัญพืชได้ง่ายขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่า น้ำตาลอาจมีบทบาทมากกว่าที่เคยคิดไว้
คณะนักวิจัยได้สร้างแบบจำลองความต้องการกลูโคสของมนุษย์และบรรพบุรุษตั้งแต่เมื่อราว 4 ล้านปีก่อนจนถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งศ.เจนนี แบรนด์-มิลเลอร์ ผู้เขียนหลัก กล่าวว่า แป้งดิบไม่ปล่อยกลูโคสออกมา หมายความว่า มนุษย์ยุคแรกน่าจะพึ่งพาอาหารที่มีรสหวานตามธรรมชาติมานาน ก่อนธัญพืชกลายเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหาร โดยกลูโคสเป็นแหล่งพลังงานหลักของสมอง และตลอดวิวัฒนาการส่วนใหญ่ของมนุษย์ กลูโคสน่าจะมาจากคาร์โบไฮเดรตที่พบในอาหารอย่างผลไม้และน้ำผึ้ง
ผลการศึกษานี้เสนอมุมมองที่แตกต่างจากเดิมที่เคยมองว่าการบริโภคเนื้อสัตว์เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนวิวัฒนาการของมนุษย์ ชี้ว่าความต้องการกลูโคสของสมองเป็นเรื่องที่มีการศึกษาค่อนข้างน้อย และผลการศึกษานี้อาจช่วยให้เข้าใจได้ว่าเหตุใดมนุษย์จึงมักอยากรับประทานอาหารรสหวาน
คณะนักวิจัยผสานหลักฐานจากการบริโภคอาหาร ระบบเผาผลาญ สรีรวิทยา การศึกษาไอโซโทปจากซากฟอสซิล สัณฐานวิทยาของฟัน โบราณคดี อาหารของไพรเมต และพันธุศาสตร์ เพื่อประเมินว่ามนุษย์ได้รับกลูโคสตามความต้องการอย่างไร เมื่อขนาดสมองเพิ่มขึ้นจากราว 300 กรัมในมนุษย์ยุคแรกเป็นราว 1,500 กรัมในมนุษย์ยุคใหม่.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ข้อมูล : XINHUA
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



