เมื่อวันที่ 21 ก.ย. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงมาตรการอายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายหลังมีเสียงสะท้อนว่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบจากการสกัดกั้นบัญชีม้า โดยย้ำว่าตำรวจเป็นเพียง “ปลายทาง” ในการดำเนินคดี ขณะที่การออกมาตรการจริงเป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส), กสทช., ธนาคารแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย และสำนักงาน ปปง.

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ระบุว่า เดิมการอายัดบัญชีทำได้เพียง 1% ของมูลค่าความเสียหาย แต่หลัง พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีผลบังคับใช้เมื่อเดือน มี.ค. 66 ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถอายัดบัญชีได้ทันทีเมื่อมีผู้เสียหายแจ้งความ ส่งผลให้สถิติการอายัดเงินเพิ่มขึ้นจาก 1% เป็น 10% และปัจจุบันขยับเป็นกว่า 30% ผ่านมาตรการ “MONEY CASH BACK” ที่ธนาคารตรวจพบธุรกรรมเสี่ยง ก่อนเร่งอายัดเงินไว้และประสานตำรวจตรวจสอบ หากพบว่าเป็นบัญชีม้า เงินก็สามารถคืนผู้เสียหายได้

ทั้งนี้ ธปท. ได้เพิ่มการจำแนกบัญชีม้าจาก 3 ระดับเป็น 5 ระดับ โดยแม้ยังไม่มีการร้องทุกข์ แต่หากพบธุรกรรมผิดปกติ ธนาคารสามารถอายัดบัญชีชั่วคราวและแจ้งตำรวจทันที ซึ่งช่วยหยุดยั้งความเสียหายได้รวดเร็วขึ้น

อย่างไรก็ดี มาตรการเข้มข้นดังกล่าวทำให้ประชาชนที่เป็นผู้บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบจากการถูกอายัดบัญชี พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เรียกประชุมเมื่อวันที่ 16 ก.ย. เพื่อหาทางออก โดยมีข้อสรุปให้ปลดอายัดบัญชีผู้บริสุทธิ์ภายใน 4 ชั่วโมง หลังได้รับการร้องขอ ซึ่งสอดรับกับท่าทีของกระทรวงดีอีเอสและธนาคารแห่งประเทศไทย

ขณะเดียวกัน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ยังได้เพิ่มฟังก์ชันในระบบ Thai Police Online (TPO) ให้ประชาชนตรวจสอบสถานะบัญชีของตนได้ เพียงใช้ข้อมูล 5 อย่าง ได้แก่ ชื่อ–นามสกุล, เลขบัตรประชาชน 13 หลัก, ชื่อบัญชี, เลขบัญชีธนาคาร และหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อเช็กว่าบัญชีถูกอายัดด้วยเหตุใดและอยู่ในประเภทใด พร้อมให้ร้อยเวรประสานปลดล็อกได้ทันท่วงที

สำหรับอนาคตเรื่องการเปิดบัญชีใหม่ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลจะถูกปรับให้เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยอาจต้องแสดงตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่และยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน เพื่อปิดช่องโหว่ที่มิจฉาชีพใช้เปิดบัญชีออนไลน์ง่ายเกินไป

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ความสะดวกกับความปลอดภัยสวนทางกัน แต่ยิ่งเราสร้างความลำบากให้มิจฉาชีพมากเท่าไร สุดท้ายสังคมก็จะได้ประโยชน์”