เมื่อวันที่ 11 พ.ค. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยส่วนประชาสัมพันธ์ รายงานว่า พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญชัย ลิขิตคันทะสร ผอ.กองคดีความมั่นคง ได้หารือร่วมกับนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการตรวจสอบและปราบปรามการประกอบธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว หรือนอมินี ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศและสร้างความเท่าเทียมในการประกอบธุรกิจ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รายงานอีกว่า การประชุมครั้งนี้เนื่องจากพบข้อมูลเชิงลึกจากการสแกนข้อมูลบริษัทในหลายจังหวัดท่องเที่ยวว่ามีความเสี่ยงเข้าข่ายการดำเนินธุรกิจผ่านนอมินีจำนวนมากและมีรูปแบบซับซ้อน รวมทั้งได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีชาวต่างชาติบางกลุ่มรวมตัวแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากทรัพยากรของประเทศ และมีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนในพื้นที่ โดยทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันวางแนวทางการตรวจสอบบริษัทนอมินี เบื้องต้นจะเริ่มจากการตรวจสอบที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายลำดับแรกในการเปิดปฏิบัติการตรวจสอบเชิงรุก โดยได้นำข้อมูลบริษัทจำนวนกว่า 11,426 บริษัท มาวิเคราะห์และจำแนกระดับความเสี่ยงเป็นสูง กลาง และต่ำ เพื่อวางแผนตรวจสอบอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เริ่มจากกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงก่อน พร้อมทั้งเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่หากพบพฤติการณ์เข้าข่ายนอมินีอย่างชัดเจน กรมสอบสวนคดีพิเศษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งเข้าตรวจสอบอย่างเข้มข้น รัดกุม เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทันที โดยเน้นจับจริงและพร้อมนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย และปฏิบัติการตรวจสอบนอมินีจะขยายผลครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่น เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา และหัวหิน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสการกระทำผิดเกี่ยวกับธุรกิจนอมินี สามารถแจ้งข้อมูลมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ สายด่วน 1202 หรือ Chatbot @dsi.th เพื่อร่วมกันปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและสร้างความเป็นธรรมให้แก่สังคม คุ้มครองผู้ประกอบการไทย และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป.



