เมื่อวันที่ 21 ก.ย. นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า อย่าเอาความกลัวและอคติมาปั่นเพื่อขัดขวางการคืนความเป็นธรรมให้แก่ชาวบ้าน คนจน คนชนบท คนชายขอบในสังคมนี้ถูกกระทำมากพอแล้ว การนิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่าเป็นการเยียวยาความผิดพลาด ไม่ใช่ยกป่าให้นายทุน
หลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่าผ่านวาระ 1 ไปเพียงอาทิตย์เดียว มีสื่อบางสำนักได้นำเสนอความกังวลและโจมตีว่าจะเป็นการยกประโยชน์ให้นายทุน ผู้บุกรุกและทำให้รัฐเสียพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นอีก ในฐานะผู้เสนอกฎหมายและเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมาย ขอชี้แจงและตอบคำถามเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ
1. กลุ่มเป้าหมายการนิรโทษกรรม ที่กำหนดว่าเป็นคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 30 มิ.ย. 2541 เป็นต้นมา ขัดกับหลักการกฎหมายหรือไม่ สาเหตุที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายนิรโทษกรรมไว้ว่าให้เริ่มตั้งแต่ วันที่ 30 มิ.ย. 2541 เป็นต้นมา เนื่องจากเป็นวันที่มีมติ ครม. ผ่อนผันมิให้จับกุมดำเนินคดี ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2541 ต่อมาก็มีมติ ครม.อีกหลายฉบับ และคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 ก็คุ้มครองรายที่ทำกินมานานไม่ให้ถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งหมายความว่ากลุ่มที่อยู่มาก่อนเหล่านี้ รัฐบาลไม่ประสงค์จะจับกุมดำเนินคดี ซึ่งพวกเขาไม่ควรถูกยึดที่และดำเนินคดีตั้งแต่ต้น
2. การนิรโทษกรรมให้พ้นผิดและเปิดโอกาสให้นำที่ดินเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิตามกฎหมาย ทำลายหลักกฎหมายหรือไม่ ไม่มีกฎหมายใดห้ามไว้ หรือไม่มีหลักการทางกฎหมายใดที่กำหนดว่าการทำเช่นนี้ไม่สามารถทำได้ การนิรโทษกรรมคือการล้างความผิดที่เคยถูกกล่าวหา ดังนั้นเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้คือ ล้างความผิดเดิมแล้วปลดล็อกให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถนำที่ดินพิพาทเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิตามกฎหมายได้ เพราะโดยหลักการแล้วเมื่อที่ดินถูกตรวจยึดไปเป็นของรัฐแล้ว จะไม่สามารถนำไปเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิตามกฎหมายได้หรืออนุญาตให้ทำประโยชน์ตามนโยบายของรัฐบาลได้
พื้นที่เหล่านี้พวกเขาทำมาหากินมาตั้งแต่บรรพบุรุษ บางคนมีหลักฐานการขึ้นทะเบียนตามมติ ครม.11 พ.ค.2542 ในเมื่อพวกเขาถูกยึดที่ไปอย่างไม่เป็นธรรม ก็ต้องคืนไป ส่วนที่ว่าสิทธิของเราจะไปเอกสารอะไร ก็ให้เดินไปตามช่องทางการพิสูจน์สิทธิปกติไป
นายเลาฟั้ง ระบุต่อว่า 3. กฎหมายนิรโทษกรรมเป็นการให้โบนัสแก่ผู้กระทำความผิดใช่หรือไม่ การนิรโทษกรรมให้แก่พวกเขา ไม่ใช่โบนัส หากแต่เป็นการคืนสิทธิที่พวกเขาเคยมีอยู่และถูกพรากไป โดยคำสั่ง คสช.ซึ่งไม่ใช่กฎหมายปกติ 4. กฎหมายนิรโทษกรรมนี้จะทำให้ประเทศไทยสูญเสียพื้นป่าไม่จำนวนมหาศาลหรือไม่ ผมยืนยันว่ากฎหมายนิรโทษกรรมนี้จะไม่ทำให้ผืนป่าของประเทศไทยลดลงแม้แต่ตารางนิ้วเดียว เพราะพื้นที่เป้าหมายที่จะได้รับการนิรโทษกรรม ไม่มีสภาพเป็นป่าตั้งแต่ต้น หากแต่เป็นที่ไร่ ที่นา สวนยางพารา บ้านอยู่อาศัย ในทางตรงกันข้ามการนิรโทษกรรมคืนความเป็นธรรม เมื่อพวกเขาเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์และได้รับสิทธิที่มั่นคงแล้ว จะยิ่งส่งเสริมให้คนใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน ลงทุนในระยะยาว รวมถึงการปลูกไม้ยืนต้น จะยิ่งทำให้พื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้น
5. จะมีช่องว่างให้นักการเมือง นายทุนที่มีคดีบุกรุกป่าสร้างรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศที่บุกรุกอุทยาน ได้รับประโยชน์ได้ด้วยไหม ตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้แล้ว คือ ต้องเป็นผู้ที่ครอบครองที่ดินมาแต่เดิมหรือได้รับการคุ้มครองตามมติ ครม. 30 มิ.ย.41 คำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 และมติ ครม.ที่ 26 พ.ย.61 อยู่แล้วเท่านั้น สำหรับนายทุน ผู้มีอิทธิพล นักการเมือง ผู้บุกรุกใหม่ ไม่เข้าเงื่อนไขตามมติ ครม.และคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 อยู่แล้ว นอกจากนี้กลไกที่จะถูกตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่กลั่นกรอง คือ คณะกรรมการนิรโทษกรรมจังหวัด ที่มีส่วนประกอบเป็นหัวหน้าส่วนราขการที่สำคัญๆ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน นายก อบจ. เป็นรองประธาน นอกจากนี้ก็มี อัยการ ผบ.ตร.ภูธร จว. ผอ.ทสจ. ผบ.เรือนจำ ผอ.สนง.คุมประพฤติ และภาคประชาชน 3 คน เป็นกรรมการ โดยให้ ผอ.สนง.ยุติธรรม จว. เป็นเลขานุการ
สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุต่อว่า 6. พื้นที่ที่ใช้ประโยชน์อย่างผิดๆ จะได้รับอานิสงส์ด้วยใช่หรือไม่ ตอนที่สนธิกำลังไปรื้อโฮมสเตย์ที่ภูทับเบิก ม่อนแจ่ม และที่อื่นๆ ฝ่ายทหารและป่าไม้อ้างว่าเป็นนายทุน แต่เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าส่วนใหญ่เป็นบ้านชาวบ้าน มีนายทุนไม่กี่ราย แต่เมื่อมีธงที่จะรื้อเพื่อทำผลงานอยู่แล้ว จึงยกข้ออ้างขึ้นมาใหม่ว่าใช้ผิดวัตถุประสงค์จากเดิมที่อนุญาตให้ทำการเกษตรเท่านั้น เรื่องการใช้ผิดวัตถุประสงค์ยังมีข้อโต้แย้งอีกมาก ซึ่งฝั่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าการปรับเปลี่ยนจากที่ทำไร่ สวน มาเป็นทำห้องพักรองรับนักเที่ยวเที่ยวก่อให้ผลเสียอย่างไร และก็ไม่มีกฎหมายเขียนไว้อย่างชัดเจน ความจริงแล้วกลับเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ เพราะการใช้ที่ดินทำการท่องเที่ยว เป็นการลดการใช้พื้นที่ สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดการใช้สารเคมี แต่เพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้าน
7. คดีที่กรมอุทยาน กรมป่าไม้ เคยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ไป เช่น พื้นที่ม่อนแจ่ม ภูทับเบิก เขาค้อ บนพื้นที่สูง ที่ผ่านมาบางส่วนได้รับการชดเชยเยียวยาจากภาครัฐแล้ว โดยได้รับการจัดสรรที่ดินครอบครัวละไม่เกิน 25 ไร่ จริงหรือไม่ ไม่เป็นความจริง พื้นที่ที่ถูกรื้อข้างต้นนี้ ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่ครอบครองทำกินมาก่อนประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ หลังจากรื้อไม่มีการชดเชยเยียวยาใดๆ ทั้งสิ้น และที่บอกว่าได้จัดที่ดินไปครอบครัวละ 25 ไร่ ก็ไม่เป็นความจริง ไม่มีการจัดที่ดินใดๆ เพื่อชดเชยหรือช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น
นายเลาฟั้ง ระบุต่อไปว่า 8. มาเร่งผลักดันในช่วงท้ายของรัฐบาลที่คาบเกี่ยวกันว่าจะมีอายุเพียง 4 เดือนในการทำงาน เป็นการหวังผลทางการเมืองใช่หรือเปล่า ความจริงกระทรวงยุติธรรมและภาคประชาชนได้ศึกษาและยกร่างกฎหมายไว้แล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 แต่รัฐบาลไม่ยอมเอาฉบับของพรรคประชาชนยื่นไว้ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2567 ถูกบรรจุเข้าระเบียบวาระปกติของสภา ไม่ใช่เรื่องวาระซ่อนเร้นอะไรเลย ในทางตรงกันข้ามประชาชนคนเหล่านี้เขาได้รับความเดือดร้อนมานาน ทุกวันนี้บางคนกลายเป็นคนไร้ที่ดิน กำลังประสบกับความยากลำบากในชีวิต บางคนครอบครัวล่มสลาย จึงมีความจำเป็นต้องคืนสิทธิให้แก่พวกเขาอย่างเร่งด่วน
9. จะทำให้ประเทศไทยสูญเสียพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ โดยข้อเท็จจริงคือคนที่ได้รับผลกระทบกว่า 90% ไม่ใช่ผู้บุกรุกใหม่และไม่ใช่นายทุนด้วย เพราะฉะนั้นอย่าเอาปัญหาของคนที่ทำผิดเพียง 10% ไปเหมารวมเพื่อตัดโอกาสของคนจนอีก 90% ที่คนอยู่มาก่อนบางคนอยู่มาก่อนประกาศเป็นกฎหมายป่าไม้ด้วยซ้ำ เช่น ม่อนแจ่ม ชาวบ้านอยู่มาก่อนปี พ.ศ. 2500 แต่ป่าสงวนแห่งชาติเพิ่งมาประกาศเมื่อปี พ.ศ. 2507 และเมื่อกฎหมายนิรโทษกรรมออกมาแล้ว ที่ดินไม่ได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์โดยอัตโนมัติ แต่ต้องนำเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์และรับรองสิทธิก่อน หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะไม่มีสิทธิ นอกจากนี้ ที่ดินที่ถูกตรวจยึดและต่อมาก็กลายเป็นป่าหมดแล้วนั้น เมื่อนิรโทษกรรมความผิดแล้ว จะไม่สามารถนำกลับคืนมาได้อีก โดยเฉพาะกรณีของนายทุนและพื้นที่บุกรุกใหม่ที่กลุ่มนี้ทำผิดเงื่อนไขตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรมไปด้วย
นายเลาฟั้ง ระบุต่อไปว่า 10. มีข้อสังเกตอะไรไหมที่คนในกองทัพและกระทรวงทรัพย์ออกมาโจมตีร่างกฎหมายนี้ ความจริงเรารับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะและข้อกังวลของทุกคนที่ส่งมา แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุผลที่คนบางคนจากกองทัพและกระทรวงทรัพย์ฯ ออกมาคัดค้านนั้น ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าพวกเขาพยายามดิ้นเพื่อจะปกปิดความผิดพลาดจากการใช้อำนาจเผด็จการที่อ้างว่าจะจัดการกับนายทุน ไปเป็นเครื่องมือกระทำกับชาวบ้าน จนทำให้คนจน คนชนบท คนที่เป็นคู่ขัดแย้งกับพวกเขาเดือดร้อนกันทั้งประเทศ ซึ่งผมจะบอกว่าคุณไม่ต้องเป็นกังวลไป กฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดสิทธิแก่ชาวบ้านผู้เสียหายที่จะเรียกร้องเอาผิดกับ จนท.ผู้ปฏิบัติการแต่อย่างใด
สองหน่วยงานนี้คือหน่วยงานหลักที่อ้างคำสั่ง คสช.ที่ 64/2557 ไปยึดที่และจับกุมดำเนินชาวบ้านทั่วประเทศ ความจริงสองหน่วยงานนี้รู้ดีที่สุดว่าความจริงคืออะไร กระทรวงทรัพย์ฯเองก็เคยออกมายอมรับแล้วว่าคนที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายทวงคืนผืนป่า ดังนั้น แทนที่จะขัดขวาง ควรหันมาคุยกันว่าจะช่วยกันแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้วอย่างไรมากกว่า



