คำว่า “ผลไม้ห้อยต่ำ หรือ Low Hanging Fruit” จึงมิอาจหลีกเลี่ยงได้
และการเลือก “โครงการเรือธง หรือ Flagship Project” ที่ใช่ จึงสำคัญ

เรารวบรวมเสียงกระซิบจากคนตัวเล็กที่บอกผ่าน Sustain Daily ตั้งแต่ต้นปี มากระซิบบอกอีกครั้ง เผื่อเป็นประโยชน์ต่อ ครม. ชุดใหม่ และดรีมทีมทั้ง 4 ด้าน (ถ้ามี) ได้นำไปใช้
1.“โครงการคนละครึ่ง คนละไม้ คนละมือ” ต่อยอดโครงการเดิมที่มี Platform อยู่แล้ว เพิ่มการจุดกระแสสินค้าไทย “Buy Thai” นำสินค้าและบริการของไทยที่มีคุณภาพสู่ E Commerce Platform ซื้อง่ายขายคล่องส่งไว พร้อมสั่งให้ภาครัฐเร่ง
จัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการไทยเป็นตัวอย่าง กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนได้ทันที พร้อมเชื่อมโยงคนไทยในต่างแดน ช่วยบุกตลาดโลกได้อีกด้วย

2.“เรียนไป ให้ได้ตัง” จับคู่ความขาดแคลนของตลาดแรงงาน กับสถานศึกษาอาชีวะ และมหาวิทยาลัย เป็นโครงการมุ่งเป้าสู่แต่ละอุตสาหกรรมที่ขาดแคลน โครงการนี้ยังสามารถขยายผลส่งออกแรงงานไทยสู่นานาชาติ เช่น อาชีพช่างฝีมือ อาชีพเกษตร อาชีพพยาบาล เชฟ โรงแรม สปาร์เวลเนส ฯลฯ ลดการตกงานสร้างรายได้ทันที
3.“การวิจัยมุ่งเป้าธุรกิจยูนิคอร์น” เราทิ้งงานวิจัยมากมายอยู่บนหิ้ง ถ้าเราเอาโจทย์ใหญ่ทางธุรกิจ ที่มีโอกาสทางการตลาดมารีบวิจัย ขยายตลาด ลดการนำเข้า เช่น ระบบ AI ต่าง ๆ ระบบโดรน เทคโนโลยีการแพทย์ เทคโนโลยีอาหารอนาคตเกษตรมูลค่าสูง และเทคโนโลยีเพื่อช่วยภัยพิบัติ พร้อมหาแหล่งทุนดันให้เป็นยูนิคอร์น

4.“ปลูกป่าหาตัง Net Zero” เพิ่มพื้นที่ป่า พื้นที่สีเขียว พื้นที่ชุ่มน้ำ ลดภัยพิบัติ ได้ผังเมืองใหม่ที่ยั่งยืนขึ้น ชุมชนได้รายได้จากการปลูกและดูแลป่า เงินจากการชดเชยคาร์บอนขององค์กรต่าง ๆ ไม่ไหลออกนอกประเทศ เป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป็นโอกาสพัฒนาพื้นที่อุทยานต่าง ๆ และป่าชุมชนให้สมบูรณ์และเชื่อมโยงกัน
5.“ศูนย์สุขภาพโลก” เรามีทั้งโรงพยาบาล สถานประกอบการที่ทันสมัย บุคลากรทางการแพทย์ เทคโนโลยี ยาและสมุนไพร การดูแลด้วยจิตใจบริการ ที่สำคัญราคาไม่แพง ดีสำหรับคนไทย ดีสำหรับชาวโลก โดยเฉพาะคนชรา
ที่จริงมีโครงการที่ชาวบ้านเรียกร้องมากกว่านี้ นี่แค่ “หนังตัวอย่าง” และใน 5 โครงการเรือธงนี้ ก็มีโครงการที่ต้องบูรณาการโครงการย่อยที่อยู่ในกระทรวงต่าง ๆ ถือเป็น “โครงการผลไม้ห้อยต่ำ” ที่ทำได้ทันที เห็นผลทันตา ซึ่งยังรอคอยดรีมทีม.



