เมื่อวันที่ 22 ก.ย. พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการนัดประชุมคณะกรรมชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) ไทย-กัมพูชา เพื่อจัดทำแผนดำเนินการถอนอาวุธหนัก และยุทโธปกรณ์ทำลายล้างสูงออกจากพื้นที่ชายแดน โดยฝ่ายกัมพูชายังไม่มีท่าทีที่จะดำเนินการ มีแต่จะเพิ่มกำลังในพื้นที่ ซึ่งยังไม่ชัดว่าจะสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้หรือไม่ และยังไม่ได้มีการกำหนดการประชุมอาร์บีซี ที่คาดว่าจะเป็นต้นเดือน ต.ค. 2568 ว่า

“การทำแผนถอนอาวุธ ก็คงดำเนินการไปอย่างนั้นตามทฤษฎี และเชื่อว่ากัมพูชาก็คงไม่นำไปสู่การปฏิบัติ ต่อไปนี้หากกัมพูชามีพฤติกรรมยั่วยุ เราจะไม่คุยต่อไปแล้ว ปัจจุบันพบว่ากัมพูชายังใช้โดรนบินเข้าพื้นที่อธิปไตยของไทยทุกวัน และยังพบว่ามีการฝังทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอยู่เรื่อยๆ” พล.ท.บุญสิน กล่าว

เมื่อถามว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศให้อำนาจกองทัพตัดสิน เปิด-ปิดด่านและสร้างรั้วชายแดนเต็มที่ พล.บุญสิน กล่าวว่า ต้องขอบคุณนายกฯ ที่ให้ความเชื่อมั่นและไฟเขียวกองทัพในการแก้ไขปัญหาชายแดน ขณะที่กองทัพภาคที่ 1 พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เตรียมประชุมอาร์บีซีวาระพิเศษ ระหว่างกองทัพภาคที่ 1 และภูมิภาคทหารที่ 5 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 24- 26 ก.ย.2568 ที่ปอยเปต กัมพูชา ณ ห้องประชุม กองทัพภาคที่ 1 นำแผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดไปเสนอ รวมถึงการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนจ.สระแก้ว

พล.บุญสิน กล่าวอีกว่า ด้านกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) เลื่อนการประชุมอาร์บีซี ออกไป เนื่องจากมีกรณีการผ่อนปรนด่านจันทบุรี-ตราด เข้ามาในช่วงนั้น และในวันที่ 30 ก.ย. 2568 ทางศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ให้แต่ละพื้นที่สำรวจเพื่อทำแผนไว้ภายใน 1 เดือน แต่ยังไม่เกิดขึ้น 

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า การนำผลประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2568 ไปสู่การปฏิบัติ โดยที่ประชุมกำหนดให้มีการถอนอาวุธหนัก และยุทโธปกรณ์ทำลายล้างสูงออกจากพื้นที่ชายแดน กลับสู่ที่ตั้งปกติ โดยฝ่ายเลขานุการจีบีซีและอาร์บีซี จะหารือกันภายใน 3 สัปดาห์ เพื่อจัดทำแผนดำเนินการ และเริ่มเคลื่อนย้ายกำลังตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยให้คณะผู้สังเกตการณ์ (ไอโอที) มาร่วมสังเกตการณ์