เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 68 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และอดีตสส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทย บีบพรรคประชาชน ลาออกจากการเป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน เพราะขัดหลักประชาธิปไตย เนื่องจากสนับสนุนพรรคอื่นเป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ตนขอชื่นชมการทำหน้าที่ของนายจิรายุ ในการออกมาตอบโต้อย่างรวดเร็ว ประเด็นคือ สมัยท่านเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เหตุใดจึงไม่ออกมาตอบโต้กัมพูชารวดเร็วแบบนี้บ้าง ถ้าทำงานให้ประเทศชาติเร็วได้สักครึ่งของที่ทำงานให้พรรคเพื่อไทย คิดว่า ประเทศไทยจะไม่มีทางแพ้ในสงครามข่าวสารแบบที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

“อดีตโฆษกออกมาปกป้องพรรคได้ไว ผมลงสื่อวันเดียวท่านร้อนรนแล้ว ไม่เหมือนตอนที่เราปะทะกับประเทศเพื่อนบ้าน ชาวบ้านนั่งรอท่านแถลง ขอความชัดเจน อยากรู้สึกปลอดภัยแต่กลับพึ่งไม่ได้ เพราะท่านเอาแต่นิ่งเงียบ หากจะพูดสักที ก็ช้าตลาดวาย ฝ่ายตรงข้าม เล่นไทยจนยับเยินไปแล้ว” นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ทำงานการเมืองต้องมีสปิริต แต่ไหนแต่ไรมา เก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องเป็นของฝ่ายรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งอยู่ในการกำกับของรัฐบาล นี่คือหลักการทั่วไป เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินไม่สะดุด แต่ตอนนี้พรรคฝ่ายค้านเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร แบบนี้ฝ่ายรัฐบาลจะดันนโยบายหรือกฎหมายสำคัญที่มีผลต่อปากท้องพี่น้องประชาชนได้ราบรื่นหรือไม่ ขอให้นึกย้อนไปในวันที่พรรคภูมิใจไทยไปเป็นฝ่ายค้าน สิ่งแรกๆ ที่ทำคือ นายภราดร ปริศนานันทกุล ลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2  เพื่อเปิดทางให้ฝ่ายรัฐบาลได้ขับเคลื่อนการทำงาน แต่ที่เห็นตอนนี้ฝ่ายท่านกลับหวงเก้าอี้ มีนัยทางการเมืองหรือไม่ เพราะเห็นว่าเรามีเวลาน้อย เลยจะขัดแข้งขาอย่างเต็มที่รึเปล่า ยอมกระทั่งเสียมารยาท ทำลายสปิริตทางการเมือง

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่หลายคนมาตั้งข้อสังเกตว่าพรรคภูมิใจไทยจะขี่พรรคประชาชน หลอกใช้เพื่อน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ตนขอย้ำว่าเป้าหมายของเราก็คือการที่เราปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีร่วมกันและยุบสภาใน 4 เดือนหลังจากแถลงนโยบาย พรรคภูมิใจไทย เราไม่หลอกใช้ใคร สัญญาก็คือสัญญา และตอนนี้ เราให้เกียรติในข้อตกลง ไปจนถึงพรรคประชาชน และประชาชนคนไทยทุกคน

“พรรคภูมิใจไทย ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน และเราไม่มีทางผลักคนที่รักชาติบ้านเมืองไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม เรายึดถือว่า เราจะเป็นขี้ข้าของคนไทยเท่านั้น จะไม่ยอมเป็นขี้ข้าของอังเคิลที่ไหนเด็ดขาด” นายพลพีร์ กล่าว.