เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 ก.ย. ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เดลินิวส์” ได้จัดงานเสวนา ‘Sustain Daily Talk 2025’ หัวข้อ สุขยั่งยืน : ร่วมลงมือทำ สู่แรงบันดาลใจ Sustainable Happines : An Act To Inspire โดยมีนางสิริวรรณ พันธุ์ปรีชากิจ กรรมการบริหารเดลินิวส์ นายนต รุจิรวงศ์ เลขานุการคณะกรรมการบริหาร น.ส.นลิน รุจิรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (EVP) ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและการตลาด และนายภาสภณ เหตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายจัดส่งและยานยนต์ เดลินิวส์ ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ภายในงานเสวนาได้รับเกียรติจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) มาร่วมฉายภาพ กทม. เดินหน้าสร้างเมืองที่สุขได้จริง พร้อมด้วยเวทีเสวนาหัวข้อ “องค์กรสร้างสุขอย่างไร ให้พนักงานขับเคลื่อนธุรกิจไปด้วยกัน” จากผู้บริหารองค์กรทำจริง นำโดยนายทศพร นิษฐานนท์ กรรมการผู้จัดการ แอมเวย์ประเทศไทย นางชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น เจ้าของแบรนด์บาร์บีคิว พลาซ่า นายณัฐกร ไกรกุล ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน บมจ.ปตท. ผู้บริหารรุ่นใหม่ และนายศุภเศรษฐ์ กิตติพล ซีอีโอมีสุขฟาร์ม วิสาหกิจชุมชนที่ช่วยสร้างรายได้ชุมชน

นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนาหัวข้อ “เราสร้างสุขอย่างไรให้ยั่งยืน” นำโดยคู่รักสร้างกรีน นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา และท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ซีอีโอบริษัท คิดคิด เจ้าของแอปพลิเคชัน ECOLIFE และภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ นายแบบ และนักแสดงชื่อดังช่อง 3 มาร่วมแชร์มุมมองการใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างมีความสุข พร้อมรักษ์โลกไปด้วยกัน

น.ส.นลิน รุจิรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (EVP) ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและการตลาด เดลินิวส์ เปิดเผยว่า การเปิดเวทีเสวนาครั้งนี้ เป็นการเปิดพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ ผ่านงาน Sustain Daily Talk 2025 – สุขยั่งยืน : ร่วมลงมือทำ สู่แรงบันดาลใจ Sustainable Happiness : An Act To Inspire ไม่ได้มาพูดถึงแค่เรื่องความยั่งยืน แต่เรามาร่วมกันสร้างความสุขที่ยั่งยืน ด้วยการลงมือทำจริง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเมืองที่น่าอยู่ รวมถึงการเติมเต็มความสมดุลในองค์กร ระหว่างความสุข พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจไปด้วยกัน ท่ามกลางความท้าทายในโลกปัจจุบัน จนถึงการสร้างชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยพลังบวก และความหวัง

“เชื่อว่า ความสุขที่ยั่งยืน เริ่มจากการกระทำเล็กๆ ในทุกวัน และเมื่อแรงบันดาลใจเล็กๆ ถูกส่งต่อ จะกลายเป็นพลังยิ่งใหญ่ที่จะขับเคลื่อนสังคม และเปลี่ยนอนาคตที่ดีกว่าร่วมกันได้จริง อยากให้เวทีนี้ ไม่ใช่แค่เวทีแลกเปลี่ยนความรู้ แต่อยากให้เป็นเวทีสร้างแรงบันดาลใจ นำกลับไปต่อยอดลงมือทำจริง และยั่งยืนไปด้วยกัน”

นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. ได้เดินหน้าสร้างเมืองที่สุขได้จริงในมุมรัฐ…สร้างสุขโดยคีย์เวิร์ดคือ “ความสุขกับความยั่งยืนของเมือง” การที่เมืองจะมีความสุขได้ ต้องมีแผนปฏิบัติการ และมีโครงสร้างที่ดี รวมถึงภาครัฐต้องสร้าง สร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นต่อประชาชนด้วย

ปัจจุบัน กทม. ถูกจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ของเมืองที่มีผู้เดินทางมาเยือนมากที่สุด และอยู่ในอันดับที่ 98 ของดัชนีความน่าอยู่ทั่วโลก ดังนั้นหากเราต้องการสร้างเมืองที่มีความสุข เราจึงต้องสร้างเมืองที่มีประสิทธิภาพที่ดี เพราะเมืองประสิทธิภาพต่ำ ก็ทำให้ผู้คนที่อยู่ในเมืองไม่มีความสุข

“3 สิ่งหลักที่จะช่วยให้ กทม. เป็นเมืองที่สุขได้จริง ต้องมี 3 พื้นฐาน คือ การวิเคราะห์ข้อมูล แนวนโยบายและแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกัน ส่วนศัตรูของความยั่งยืนก็จะมีอยู่ 3 เรื่อง เช่นกัน คือเรื่องของ 1.ความโปร่งใส ที่ต้องสร้างความไว้วางใจให้ประชาชนภาครัฐต้องไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน 2.ความไม่เกี่ยวข้อง บางครั้งการตั้งเป้าหรือพูดถึงในสิ่งที่ไกลตัวอาจจะทำให้ประชาชนไม่สนใจอยากมีส่วนร่วมในการไปถึงความยั่งยืนในเรื่องต่างๆ หัวใจของความยั่งยืน คือต้องเป็นข้อมูลที่ย่อยลงมาให้คนเข้าใจและเป็นสิ่งที่ผูกพันกับชีวิตได้ และ 3.การเพิกเฉย เช่นเมื่อพบว่ามีการทุจริตคอร์รัปชัน กลับไม่สนใจที่จะแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อดำเนินการแก้ไข เป็นต้น”

ดังนั้น การให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้เทคโนโลยี มีการกระจายอำนาจ และเพิ่มประสิทธิภาพบริการ อย่างเช่น กทม. เปิดให้ประชาชนแจ้งเรื่องร้องเรียนต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ถือเป็นการลดความทุกข์สร้างความสุขให้กับประชาชนได้อีกทางหนึ่ง

นายชัชชาติ กล่าวว่า ได้ตั้งเป้าหมายให้ในปี 2570 ให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ ติดอันดับ 1 ใน 50 อันดับแรกของโลก โดยมี 226 แผนปฏิบัติการที่ย่อยลงมา เพื่อให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และประชาชน สามารถไปถึงเป้าหมายพร้อมกันได้ รวมถึงพัฒนาโครงสร้างของเมืองให้ดี เช่น การพัฒนาทางเท้าให้เดินได้ เดินดี น่าเดิน 1,000 หมด, การมีจุดจอดจักรยานสาธารณะให้ยืมปั่นในเขตพื้นที่เมือง, การตรวจสุขภาพให้ประชาชน 1 ล้านคน รวมถึงการขยายเวลาการให้บริการสาธารณสุข และการเพิ่มโรงพยาบาล, โครงการ Food bank ทำสวนสาธารณะให้อยู่ใกล้บ้าน กับสวน 15 นาที เป็นต้น

“ทุกคนต้องร่วมมือกัน ความสุขจะยั่งยืนได้ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง ทุกคนต้องร่วมมือกันทำในมิติที่ตัวเองทำได้ ไม่ใช่มีเพียงโครงการเดียว แต่ควรมีหลายๆ โครงการ และสุดท้ายจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่อย่างที่เมืองอื่นๆ อย่างเช่น เมืองโคเปนเฮเกน ที่ทำมา ดังนั้นเชื่อว่าเราทำได้และก็จะเห็นในช่วงชีวิตเรา”.