ก็ง่ายความหมายจิกกัด“ใครทำให้เราออกไป สุดท้ายเขาแพ้ภัยตัวเอง” น่าเชื่อว่า ในวันแถลงนโยบาย เพื่อไทยจัดตัวจี๊ดอย่างชลน่าน ศรีแก้ว สุทิน คลังแสง จาตุรนต์ ฉายแสง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ขึ้นอภิปรายแบบอาจมีน้ำเสียงแบบฝ่ายแค้น เพราะนายกฯหนูชิงตั้งรัฐบาลผลักเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน แต่ดูจากฝีปากนายกฯ แล้วน่าจะสู้มือกันอยู่ ก็คาดได้ว่าน่าจะต้องตอบโต้กันในประเด็นคุณสมบัติรัฐมนตรีบางคน เขากระโดง กัญชา ฮั้วเลือก สว.
อีกประเด็นที่“อาจจะ”โผล่มาให้ฝ่ายค้านหรือฝ่ายแค้นจวก แบบน่าสนใจว่า ถ้าอภิปราย ไม่รู้ใครจะได้เปรียบเสียเปรียบ คือ นายกฯหนูส่งสัญญาณ “ไม่เห็นด้วยกับการโยกย้ายที่ผ่านมา” พูดระหว่างกรวดน้ำท่วมอ่างทอง โดยยกตัวอย่างนายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล อดีต ผวจ.อ่างทอง ( ปัจจุบันย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ ) ว่า เป็นคนเก่ง และไม่ทราบย้ายเพราะอะไร จะเรียกนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทยมาถาม
ซึ่ง เมื่อสองเดือนก่อน “อดีตมท.อ้วน”ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯและรมว.มหาดไทย โดนข้อครหา เข้าทำงานปุ๊บ ก็ย้ายอธิบดีกรมการปกครอง ( ปค.) และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ( สถ.) ซึ่งคุมอำนาจ-เงิน มากที่สุดในมหาดไทย ว่ากันว่า “ตอนเครือข่ายสีน้ำเงิน” หรือก็คือชิงความได้เปรียบทางการเมือง
และแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอีก จะมองว่า“ตามวงรอบ”ก็ได้ คือก่อนเริ่มปีงบประมาณใหม่ หรือใครจะมองว่า เป็นการเมืองก็ได้ รายชื่อ ขรก.ระดับสิบที่เพิ่งโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทยไปเมื่อเดือน ส.ค. “ว่ากันว่า จังหวัดที่มีฐานเสียงของภูมิใจไทยโดน” เช่น นายณรงค์ เทพเสนา ผวจ.อำนาจเจริญ นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผวจ. นครพนม นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผวจ. ปราจีนบุรี ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผวจ.อุบลราชธานี นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผวจ.กระบี่ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และตำแหน่งระดับสิบอื่นๆ
นายกฯหนู หรือ มท.หนูไปพูดที่อ่างทอง ว่า “พวกผมกลับเข้ามา ความเป็นธรรมทั้งหลายจะต้องเกิดขึ้น” ซึ่งในภาคปฏิบัติ หมายถึงการเตรียมแต่งตั้งโยกย้ายใหม่ในมหาดไทยหรือไม่ ? นี่น่าสนใจ ถ้าความเคลื่อนไหวในสัปดาห์นี้มีเรื่องเตรียมสลับเก้าอี้ในมหาดไทย ก็น่าล่อให้ฝ่ายค้านหยิบยกมาอภิปรายวันแถลงนโยบาย ถ้าภูมิใจไทยเล่นเกมเป็น ต้องสวนกลับได้ ว่า “แล้วการโยกย้ายของ มท.อ้วน เหมาะสมตรงตามหลักจริยธรรมหรือไม่ ?”
คนที่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ร้องคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ( ก.พ.ค.) ได้ ซึ่งเคยเกิดเหตุการณ์“สอยเก้าอี้”กันมาแล้ว ในสมัย “มท.จิ้น”ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ปี 53 นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์ ถูกเด้งเข้าผู้ตรวจฯ อุทธรณ์ขอเก้าอี้อธิบดีปกครองคืนได้ ทำให้นายมงคล สุระสัจจะ ที่ได้เก้าอี้อธิบดีปกครองขณะนั้น ต้องไปเป็นผู้ตรวจราชการ
เป็นเรื่องน่าลุ้น ให้“ฝ่ายไหนเปิดก่อน”เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายในมหาดไทย จะได้สาวกันให้สนุกไปเลยว่า การย้ายแต่ละครั้งมีเหตุผลทางการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ? กระทรวงคลองหลอดนี่ใครๆ ก็หวังคุม ทั้งงบเยอะ ทั้งคุมภูมิภาคและท้องถิ่นได้ แต่การแต่งตั้งโยกย้ายก็ต้องมีระบบคุณธรรม มีเหตุผลด้วย ไม่ใช่เข้ามารีบทำหวังผลทางการเมืองอย่างเดียว ข้าราชการจะขวัญเสียกันไปหมด ถึงได้น่าล่อให้ใครเปิดในเวทีแถลงนโยบาย
เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีแผล แต่ถ้าได้เห็นความไม่น่าจะชอบธรรม อาจช่วยเพิ่มความหวังให้ข้าราชการพึ่ง ก.พ.ค.ก็ได้.



