22 กันยายน ของทุกปี ถือเป็นวัน World Car Free Day หรือวันรณรงค์ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งทั่วโลกร่วมรณรงค์ให้ประชาชน ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้รถขนส่งมวลชนเพิ่มขึ้น เพื่อลดปริมาณรถยนต์ที่สัญจรบนถนน ลดปัญหามลพิษทางอากาศจากรถยนต์ ช่วยให้คุณภาพอากาศดีขึ้น

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เริ่มรณรงค์กิจกรรม Bangkok Car Free Day มาตั้งแต่ปี 2546 รวมระยะเวลา 22 ปี เป้าหมายคือ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาการจราจร และส่งเสริมการเดินทางทางเลือก โดยปีนี้ มุ่งผลักดันสู่ Bangkok Car Free Everyday เมืองที่ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลได้ทุกวัน รวมทั้งพัฒนาการเดินทางภายใต้แนวคิด “เดินสะดวก ปั่นสบาย เชื่อมต่อล้อ ราง เรือ”

นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร ระบุ กทม.อยากส่งเสริมให้คนหันมาใช้การเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเราเห็นปัญหาว่าที่คนไม่ใช้คือ ใช้ลำบาก มีราคาสูง และการเดินทางจากบ้านไปถึงระบบขนส่งมวลชน เช่น รถไฟฟ้า หรือ ป้ายรถเมล์ มีปัญหาทำให้ไม่กล้าที่จะใช้เส้นเลือดใหญ่ และเมื่อนำปัญหามาวิเคราะห์จึงพบว่า หากพัฒนา First Mile และ Last Mile ได้ ก็จะเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง ตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงจุดหมายปลายทาง ส่งผลให้ประชาชนอยากมีส่วนร่วมในการลดใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

จึงกลายเป็นนโยบายในการปรับปรุงทางเท้า ให้เดินได้ เดินดี เป็นมิตรสำหรับคนพิการ มีความปลอดภัย มีไฟส่องสว่าง รวมทั้งเพิ่มระบบขนส่งมวลชนสาธารณะให้ครอบคลุมและหลากหลายมากขึ้น ทั้งเรือและรถ สร้างทางเดิน-ปั่นริมคลอง กระจาย Bike Sharing ให้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้จากการเก็บสถิติจำนวนผู้ใช้รถ BMA Feeder และ Bike Sharing มาตั้งแต่ปีที่แล้วพบว่า จำนวนเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่ทำให้เห็นว่า เมื่อเมืองสามารถจัดสรรทรัพยากรให้ครอบคลุมและมีความหลากหลาย ก็กลายเป็นสิ่งดึงดูดให้คนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน กทม. มีการขยายและเพิ่มเส้นทางให้บริการ BMA Feeder รวม 7 เส้นทาง และเพิ่มจำนวน Bike Sharing หรือจักรยานสาธารณะมากขึ้นกว่า 2,500 คัน ควบคู่พัฒนา 10 ย่านจักรยาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่รองรับการใช้บริการด้วย และอีกหนึ่งการปรับปรุงนั่นก็คือ การสร้างวินต้นแบบ เพราะวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง มีอยู่ทั่วกรุงเทพฯ หากมีการให้บริการที่ดี ไม่โก่งราคาค่าโดยสาร การแต่งกายสะอาด เชื่อว่าทำให้ประชาชนหันมาใช้บริการวินรถจักรยานยนต์รับจ้างมากขึ้น.