วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 มีการเผยแพร่ข้อความเตือนภัยจากเพจ Drama-addict กรณีการปฐมพยาบาลผู้ที่ถูกงูกัด โดยระบุว่า เป็นอุทาหรณ์ ปัจจุบันนี้ถ้าถูกงูกัดจะไม่แนะนำให้ขันชะเนาะอีกแล้วและห้ามทำด้วย เพราะนอกจากจะไม่ช่วยป้องกันไม่ให้พิษงูเข้าสู่ร่างกายแล้ว ยังทำให้เนื้อเยื่อของอวัยวะส่วนปลายของที่ขันขาดเลือดและต้องตัดแขนตัดขาทิ้ง มาไม่รู้กี่เคสแล้ว
วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องถ้าถูกงูกัด ให้เอาไม้หรือของแข็งแข็งมาดามตรงตำแหน่งที่ถูกกัดให้เหมือนตอนดามแขนขาขาหัก แล้วให้คนเจ็บ พยายามอยู่นิ่งนิ่งที่สุดแล้วรีบพาส่งโรงพยาบาล
โดยเพจดังกล่าวได้แชร์เคนผู้ป่วยรายหนึ่งถูกงูกัด และนำสายรัดพลาสติกมาดัดแปลงเป็นสายรัดห้ามเลือดชั่วคราว เนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยสกัดพิษงูไม่ให้กระจาย แต่หลังจากนั้นไม่นาน แขนขาข้างที่ถูกกัดกลับมีอาการเขียวคล้ำอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่เพียงพอจากการรัดผิดวิธี
ขณะที่เจ้าของโพสต์ อนาคตคือความหวัง ข้างหลังคือบทเรียน ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
#เตือนเป็นอุทาหรณ์ ผู้ป่วยรายหนึ่งถูกงูกัดและได้ดัดแปลงสายรัดพลาสติกมาทำเป็นสายรัดห้ามเลือดชั่วคราว โดยเชื่อว่าจะช่วยป้องกันพิษงูได้ แต่เพียงไม่กี่นาทีต่อมา แขนขาข้างที่ถูกกัดก็เกิดอาการเขียวคล้ำอย่างรุนแรงและมีสัญญาณของภาวะขาดเลือดอย่างรุนแรงซึ่งปรากฏการณ์นี้บ่งบอกถึงภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างรุนแรงและอันตรายมากจากการรัดที่ผิดวิธีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องและข้อควรระวังเบื้องต้นสำหรับอุบัติเหตุจากงูกัด มีดังนี้ครับ:
ห้ามใช้สายรัด ขันชะเนาะ หรือวัสดุใดๆมารัดอวัยวะส่วนที่ถูกกัดเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้เนื้อเยื่อตายและเสี่ยงสูญเสียอวัยวะรีพอร์ตและจดจำลักษณะของงูเท่าที่ทำได้ (ห้ามตามจับหรือเข้าใกล้เพื่อตีงู) และรีบพาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันทีทำความสะอาดแผลเบื้องต้นด้วยน้ำสะอาด งดการกรีดแผล ดูดพิษ หรือประคบน้ำแข็งความเป็นไปได้ของภาวะหรืออาการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่:ภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่ออย่างรุนแรงภาวะเนื้อเยื่อตาย
จากการรัดแน่นเกินไปอาการบวมและพิษงูกัดกระจายเข้าสู่ระบบร่างกายแนวทางการรักษาในทางการแพทย์เบื้องต้น:ตัดหรือคลายอุปกรณ์ที่รัดออกทันทีเพื่อคืนการไหลเวียนเลือดประเมินสัญญาณชีพและให้การรักษาด้วยเซรุ่มแก้พิษงู ตามชนิดของงูเฝ้าระวังและรักษาภาวะแทรกซ้อนเฉพาะที่ เช่น ภาวะความดันในช่องกล้ามเนื้อสูง เผื่อเป็นความรู่น่ะค่ะ



