การจัดสัมมนา TPA International Inaugural Summit & 2026 WPF Asian Nations Cup Regional Launch เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดยสมาคมกีฬาไทยโป๊กเกอร์ (Thai Poker Association : TPA) ณ อาคารการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาโป๊กเกอร์ในรูปแบบกีฬา โดยมีการหารือร่วมกับ Asian Poker Sport Association (APSA), World Poker Federation (WPF), Tournament Directors Association รวมถึงผู้แทนจากสมาคมโป๊กเกอร์ในประเทศต่าง ๆ ของเอเชีย เพื่อหาแนวทางพัฒนาโป๊กเกอร์และการแข่งขันในระดับเอเชีย

อย่างไรก็ตาม หลังงานจบลงกลับมีประเด็นตามมาในเรื่องการสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะ โดยเฉพาะสถานะของผู้เข้าร่วมงานและความหมายของการปรากฏตัวของผู้บริหาร กกท. ภายในงานดังกล่าว

ประเด็นแรก คือ กรณีที่สื่อมวลชนบางส่วนรายงานว่า มีทูตานุทูตจาก 10 ประเทศทั่วเอเชียเข้าร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งต่อมา ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ได้ให้สัมภาษณ์วันที่ 21 ส.ค.69 โดยยืนยันว่า “ผู้ที่เข้าร่วมงานไม่ใช่ทูตานุทูต แต่เป็นผู้แทนจากสมาคมโป๊กเกอร์ของประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย”

ขณะที่ กกท. เข้าร่วมสังเกตการณ์ในฐานะนายทะเบียนสมาคมกีฬา เพื่อรับทราบรูปแบบและรายละเอียดของการดำเนินกิจกรรม โดยเนื้อหาหลักของงานเป็นการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์อุตสาหกรรมโป๊กเกอร์ กฎการแข่งขัน การจัด 2026 Poker Asian Nations Cup รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับแนวทางการทำให้โป๊กเกอร์ดำเนินการในรูปแบบกีฬา ภายใต้กฎหมายของแต่ละประเทศ

“ภายในงานไม่ได้มีทูตานุทูตจาก 10 ประเทศ เข้าร่วมตามที่มีการนำเสนอข่าว แต่เป็นผู้แทนจากสมาคมโป๊กเกอร์ของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาและจัดการแข่งขันโป๊กเกอร์ในระดับเอเชีย และในฐานะที่ กกท. เป็นนายทะเบียนสมาคมกีฬา จึงได้เข้าสังเกตการณ์การจัดกิจกรรม เพื่อรับทราบรูปแบบและรายละเอียดของการดำเนินงาน โดยจากการสังเกตการณ์พบว่า ผู้แทนที่มาร่วมงานไม่ใช่ทูต แต่เป็นผู้แทนของสมาคมโป๊กเกอร์จากประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ซึ่งมาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการแข่งขันโป๊กเกอร์ในระดับเอเชีย รวมถึงแนวทางการดำเนินงานภายใต้กฎหมายปัจจุบัน และการพัฒนาไปสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น รวมถึงการสร้างสหพันธ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ” ผู้ว่าการ กกท. ระบุ

ประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดข้อมูลจากเวทีเดียวกันจึงถูกสื่อสารออกมาแตกต่างกัน ระหว่างคำว่า “ผู้แทนสมาคมโป๊กเกอร์” กับ “ทูตานุทูต” เนื่องจากคำสองคำนี้มีความหมายและน้ำหนักแตกต่างกันอย่างชัดเจน การมีผู้แทนจากสมาคมหรือองค์กรโป๊กเกอร์ของประเทศต่าง ๆ มาร่วมประชุม ย่อมเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างองค์กรในวงการเดียวกัน

แต่การมีทูตานุทูตจาก 10 ประเทศ เข้าร่วม ย่อมทำให้เกิดภาพของการมีส่วนร่วมในระดับรัฐหรือการทูตขึ้นมาทันที ขณะเดียวกัน เมื่อมีภาพของ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ซึ่งเข้าร่วมสังเกตการณ์อยู่ภายในงาน ก็อาจทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจไปได้ว่า กกท. มีส่วนสนับสนุนหรือรับรองกิจกรรม ทั้งที่ข้อมูลจาก กกท. ระบุชัดว่า TPA เป็นผู้ขอเช่าใช้สถานที่ของ กกท. เพื่อจัดงาน และ กกท. เข้าสังเกตการณ์ในฐานะนายทะเบียนสมาคมกีฬา

คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า ผู้ว่าการ กกท. ควรเข้าร่วมงานหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า การปรากฏตัวของผู้ว่าการ กกท. ถูกนำไปสื่อสารต่อสาธารณะอย่างไร เพราะภาพจากงานดังกล่าวไม่ได้ถูกเผยแพร่เฉพาะในประเทศไทย แต่ยังปรากฏในสื่อและเพจที่เกี่ยวข้องกับวงการโป๊กเกอร์ในต่างประเทศ โดยมีการกล่าวถึงการจัดงานที่กรุงเทพฯ การเข้าร่วมของฝ่ายกีฬาไทย รวมถึงการหารือเรื่อง 2026 Poker Asian Nations Cup และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการทำให้โป๊กเกอร์ถูกกฎหมายในไต้หวัน

พร้อมข้อความในลักษณะว่า “ใช้โป๊กเกอร์เพื่อเข้าถึงโลก และนำโลกมาสู่ไต้หวัน”

จริงอยู่ที่ข้อความดังกล่าวอาจเป็นการสื่อสารประชาสัมพันธ์ของฝ่ายผู้จัดหรือผู้เกี่ยวข้องกับวงการโป๊กเกอร์ไต้หวัน แต่เมื่อถูกนำมาเผยแพร่พร้อมกับภาพของผู้ว่าการ กกท. ที่ปรากฏอยู่ภายในงาน จึงเกิดคำถามตามมาว่า ประเทศไทยกำลังทำหน้าที่เพียงเป็นสถานที่จัดสัมมนา หรือกำลังถูกนำไปใช้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อเครือข่ายโป๊กเกอร์จากต่างประเทศเข้ากับภูมิภาค

โดยเฉพาะเมื่อเนื้อหาจากฝั่งไต้หวันกล่าวถึงประสบการณ์เกี่ยวกับการทำให้โป๊กเกอร์ถูกกฎหมายอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็มีคำถามว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการเปิดตัวการแข่งขันโป๊กเกอร์ระดับเอเชียในประเทศไทย หรือเป็นการใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการเชื่อมโยงเครือข่ายโป๊กเกอร์ของต่างประเทศ

การตั้งคำถามดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า การแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นเรื่องผิด หรือประเทศไทย ไม่ควรมีบทบาทในการพัฒนาโป๊กเกอร์ในระดับเอเชีย

แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ “การแลกเปลี่ยนความร่วมมือ” กับ “การรับรองสถานะ” เนื่องจากโป๊กเกอร์ยังเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน และแต่ละประเทศมีกรอบกฎหมายเกี่ยวกับการพนันและสถานะของโป๊กเกอร์แตกต่างกัน การที่มีผู้แทนจากหลายประเทศเข้าร่วมงาน จึงไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าประเทศเหล่านั้นรับรองโป๊กเกอร์ในฐานะกีฬา เช่นเดียวกับการที่มีองค์กรจากต่างประเทศเข้าร่วมประชุม ก็ไม่ได้หมายความว่าองค์กรเหล่านั้นได้รับการรับรองจากหน่วยงานกีฬาของรัฐในประเทศของตน

สิ่งที่ควรพิจารณาจึงอยู่ที่ว่า “มีหลายประเทศเข้าร่วม” ไม่ได้เท่ากับ “หลายประเทศรับรองโป๊กเกอร์เป็นกีฬา” และ “มีองค์กรต่างประเทศเข้าร่วมประชุม” ก็ไม่ได้เท่ากับ “องค์กรเหล่านั้นมีสถานะเป็นองค์กรกีฬาที่ได้รับการรับรองจากรัฐ”

นี่คือรายละเอียดที่ทุกฝ่ายควรสื่อสารให้ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อก่อนหน้านี้ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับสถานะของ TPA และมีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงสถานะและขอบเขตการดำเนินงานขององค์กรต่อสาธารณะให้ชัดเจน

ดังนั้น เมื่อประเด็นดังกล่าวถูกนำมาเชื่อมโยงกับการปรากฏตัวของผู้ว่าการ กกท. ภายในงาน ก็ยิ่งทำให้เรื่องนี้มีความละเอียดอ่อนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสื่อประชาสัมพันธ์ของงานมีการใช้ภาพผู้ว่าการ กกท. ร่วมกับผู้แทนจากองค์กรโป๊กเกอร์นานาชาติ และนำเสนอเหตุการณ์ในฐานะส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโป๊กเกอร์ในระดับเอเชีย

ท้ายที่สุดแล้วประเด็นที่เกิดขึ้นจากเวทีสัมมนาครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่า…..

“โป๊กเกอร์เป็นกีฬาหรือไม่” แต่ยังมีคำถามต่อสถานะขององค์กรและผู้เกี่ยวข้องว่า TPA มีสถานะอย่างไรในระบบกีฬาไทย ขณะที่ WPF และ APSA มีสถานะอย่างไรในโครงสร้างกีฬาระหว่างประเทศ ผู้แทนจากต่างประเทศที่เข้าร่วมงานเป็นตัวแทนขององค์กรใด และมีสถานะหรืออำนาจในระดับใด

รวมถึงการเข้าร่วมของผู้ว่าการ กกท. มีขอบเขตอยู่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ตามที่ กกท. ชี้แจงหรือถูกนำไปสื่อสารในความหมายอื่นหรือไม่ เพราะหากรายละเอียดเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เวทีสัมมนาที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับโป๊กเกอร์ไทย ก็อาจกลายเป็นเวทีที่ “สุมความเคลือบแคลง” ให้เกิดขึ้นกับวงการเสียเอง