เรียกได้ว่าวงการนางงามระอุรับรอบตัดสิน Miss Universe Thailand 2026 เลยทันที หลัง “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ออกมาเปิดใจเคลียร์ชัดประเด็นโพสต์ใบบันทึกประจำวันแจ้งความ “ฟาติมา บอสซ์” มิสยูนิเวิร์ส 2025 คดีหมิ่นประมาท พร้อมกับที่ได้โพสต์ข้อความผ่านสตอรี่อินสตาแกรมเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษว่า “ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการออกหมายจับ ฟาติมา บอสซ์ ในคดีหมิ่นประมาท ใส่ร้าย และเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ โดยมีหลักฐานประกอบอย่างชัดเจน” ท่ามกลางความสนใจของแฟนๆ นางงามทั่วโลกนั้น

ล่าสุด ก่อนการประกวด  Miss Universe Thailand 2026 รอบไฟนอลวันนี้ (23 ส.ค.) “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล”  ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าว โดยยืนยันเรื่องราวกำลังดำเนินไปสู่การออกหมายจับ พร้อมเดินหน้าแฉเบื้องหลังการตัดสินปี 2025 อ้างหลักฐานชัดกรรมการเกินครึ่งไม่ได้โหวตให้ฟาติมาเป็นผู้ชนะ ซัดอีกฝ่ายทำลายพลังหญิงและเอาเปรียบผู้เข้าประกวดคนอื่น

ณวัฒน์ เผยว่า “ผมยังไม่ได้ออกหมายจับนะ เพียงแค่ว่าสู่ขั้นตอนการจะออกหมายจับ เพราะว่าเรื่องนี้เราแจ้งความมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แล้วก็ดำเนินการมาอยู่ตลอดประมาณ 7-8 เดือน สิ่งที่เราจะต้องแจ้งความเพราะว่าทางนางงามท่านเนี้ย หรือ ฟาติมา พูดได้เลย เพราะว่าทุกคนก็ทราบ เขาทำการหมิ่นประมาทซึ่งหน้า ก็คือหลังจากเขาเดินออกมาจากห้องแล้ว เขาก็มาพูดกับคนอื่นว่า ผมพูดคำว่า Dumhead ซึ่งเป็นคำด่า เหมือนกับว่าผมไปด่าเขาซึ่งเป็นคำไม่สุภาพ และเป็นคำที่รุนแรงนะฮะ ผมก็ได้บอกเขาแล้ว และได้พยายามสื่อสารกับเขาในทุกรูปแบบ แล้วก็พยายามทำดีกับเขา แม้กระทั่งจบการประกวดผมก็พยายามพยายามที่จะเข้าหาเขาเพื่อให้ทุกอย่างมันเรียบร้อยแล้วกลับไปได้ดี แต่ว่าเนื่องจากเขากลับไปถึงอเมริกา กลับไปถึงไมอามี แล้วไปออกรายการ หรือสัมภาษณ์อะไรสักอย่างนึง ซึ่งเป็นรายการ เขาก็นำมาพูดคำนี้อีกว่าผมไปด่าเขาว่า Dumhead ซึ่งผมได้โพสต์ไปแล้ว แล้วผมเอาคลิปมาโพสต์แล้วเรียบร้อย

ทุกคนต้องไม่ลืมนะครับว่าคนเรา Digital footprint เนี่ยมันแก้ไม่ได้ ในการสนทนาไม่ว่าจะดีหรือร้ายในห้องวันนั้นไม่มีคำว่า Dumhead มีอยู่คำเดียวว่า Damage ซึ่งเขาอาจจะเข้าใจภาษาอังกฤษไม่ถ่องแท้ ผมก็ว่ามันก็ไม่น่าใช่ เพราะเราเชาก็สื่อสารภาษาอังกฤษรู้เรื่องกับเรา เพราะฉะนั้นเราก็ขอร้องเขาว่าให้หยุดพูดคำนี้ ซึ่งเขาไม่ยอมหยุด เราก็ต้องใช้กฎหมาย เพราะว่าอันนี้ถือว่ามันเป็นสิทธิมนุษยชน เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาที่จะโต้แย้งว่าเราไม่ได้พูดแบบนั้น มันเป็นเรื่องของกฎหมาย เราก็เลยต้องแจ้งความเขาในขณะที่เขาไม่ยอมหยุดพูดสักทีนึง ก็อยากให้คนทั่วโลกเข้าใจด้วย ผมไม่อยากตกเป็นเหยื่อของเขา ผมจึงต้องแสดงตัวตนในการต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง และสิ่งนั้นก็กำลังดำเนินไปสู่ขั้นตอนการออกหมายจับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นขั้นตอนที่ถูกต้อง ถ้าเขาคิดว่าผมเคยพูดคำว่า Dumhead แล้วสิ่งที่ผมแจ้งความเขาผิด เขาสามารถเอาหลักฐานออกมาได้ว่าเขามีหลักฐานอะไรที่ผมพูดคำว่า Dumhead แล้วเขาสามารถที่จะไปดูย้อนหลังในเฟซบุ๊กได้ เพราะยังไม่ได้ลบทิ้ง Digital footprint ยังอยู่ครบ ไม่มีคำว่า Dumhead มีแค่คำว่า Damage ถ้าคุณไม่ทำมันก็เป็น Damage ของคุณ เพราะฉะนั้นถ้าเขาไม่รู้สึกว่าไม่เห็นด้วย หรือไม่ยินยอม ผมไม่ว่าเลยเป็นสิทธิ์ที่เขาทำได้ ให้เขาไปดูย้อนหลังตั้งแต่ต้นจนจบงานของวันนั้น เรายังคงโพสต์ทิ้งเอาไว้”

ณวัฒน์ เผยว่า “ถ้าถามว่าทำไมเขาถึงปักใจเชื่อเป็นแบบนั้น เขาก็ใส่ร้ายครับ เขาตั้งใจใส่ร้าย คือคน ๆ นี้ตั้งใจมาประกวด ผมเอ็นดูเขา แล้วผมรักผู้หญิงทุกคนทั่วโลก แต่เขาพยายามใช้ผู้หญิงคนอื่นเป็นเหยื่อ อย่างการมาประกวดทุกคนก็รู้ว่าเขาได้ทำอะไรบ้างเป็นสิทธิพิเศษ เราเองเราได้บอกกับผู้ใหญ่ของทางองค์กร ซึ่งตอนนี้ชื่อคุณมาริโอ เราก็บอกว่าอย่าทำสิทธิพิเศษแบบนั้นให้กับ ฟาติมา ซึ่งมาจากเม็กซิโก แล้วมาจากบริษัทที่ คุณราอูล ซึ่งเป็นเจ้าของ เพราะมันจะดูไม่ดี แต่ว่าเขาก็ไม่ฟัง อย่างเช่นผมเปิดให้ดูรูปนึง ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง อันนี้ผมแอบถ่ายด้วยตัวเอง ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเขาจะมี Security ส่วนตัวพกเครื่องช็อตไฟฟ้าอยู่ข้างเอว เดินตามหลังคุ้มครองเชาเป็นระยะ อันนี้เหตุเกิดที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ ผมอยู่ในลิฟต์ แล้วก็มีคนอื่นอยู่ด้วยอีก 2 คน แล้วลิฟต์เปิดชั้นของน้องเขา น้องเขาเข้ามาพร้อม Security Guard 1 คน ซึ่งเป็นเพศหญิงใส่ชุดสีน้ำเงินยูนิฟอร์ม และที่ตรงเอวก็จะมีเครื่องช็อตไฟฟ้า ผมถ่ายในที่มืด ผมก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมา เขาไม่เห็นผม แต่ว่าตอนหลังรู้สึกเขาจะรู้สึกว่ามีผม แต่ลิฟต์มันปิดไปแล้ว ลิฟต์กำลังเคลื่อนที่แล้ว ผมก็เลยเอาโทรศัพท์ Snapshot ผมไม่อยากให้คนในนั้นที่อยู่ด้วยเสงสัย นี่คือ Security ที่เขาพกพามาส่วนตัว ซึ่งนางงามหลายคนทราบดี แต่นางงามหลายคนก็พยายามมาแจ้งว่ารู้สึกไม่สบายใจ เหมือนถูกคุกคาม เหมือนถูกเอาเปรียบ เหมือนลดทอนพลังผู้หญิงของเขา ผมก็พยายามจะช่วยนะว่าพยายามไปเจรจากับองค์กรว่า อย่าทำอย่างนี้ได้มั้ย อย่าจัดช่างแต่งหน้าทำผมแยกได้มั้ย อย่าดูแลเป็นพิเศษแบบขนาดนี้ได้มั้ย แต่มันก็ไม่เป็นผล เพราะฉะนั้นเนี่ยผมว่าการที่เขาใส่ร้ายผมมันเป็นเกมที่เขาจะเอาไปสร้างเรื่อง เพื่อให้มีเรื่องพูด แล้วเขาตั้งใจจงใจหมิ่นประมาท เพราะถือว่าจะพูดอะไรก็ได้ เพราะว่าเราดูพฤติกรรมของเขาอย่างเช่นเขาไปสัมภาษณ์ที่รายการ Telemundo เวลาพิธีกรถามไม่ถูกใจเขาก็ลุกออกจากรายการแล้วก็ไม่กลับมาเลย

แล้วไม่นานวันนี้ไม่รู้ประเทศไหน คนสัมภาษณ์อยู่ไปสัมภาษณ์อะไรเขา เขาปัดไมค์ทิ้งเลยนะ เขาเป็นคนแบบนี้ ซึ่งเราอดทน ต้องแยกประเด็นออกมาระหว่าง Empower เขาชอบใช้วลีปลุกพลังหญิง ซึ่งต้องบอกก่อนนะครับว่าเหตุการณ์ที่เกิดในห้อง ผมไม่ได้ติดใจเขาเลย ผมเห็นใจเขา ผมว่าฟาติมาเขาก็เป็นเด็กคนนึงที่ผมเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา บางครั้งเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ แล้ววันนั้นที่เกิดเรื่องพูดไปมันก็ซ้ำ ผมไม่ได้พูดกับเขา ผมพูดกับเขาเสร็จแล้ว แล้วผมพูดกับคนอื่น แล้วอยู่ ๆ เขาก็ลุกขึ้นยืน แล้วก็บอกว่าฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย เราก็บอกว่านั่งก่อนเรากำลังคุยเรื่องกับคนอื่น เขาบอกไม่ได้เขาจะพูดตอนนี้ แล้วเราก็บอกว่า I still talking with other could you please have a seat แล้ว เดี๋ยว I will continue with you ไม่ได้ฉันต้องพูดเดี๋ยวนี้ บอกไม่ได้ก็ฉันพูดกับคนอื่นอยู่ เขาก็เลยกรี๊ดขึ้นมาแล้วก็กระทืบเท้าเดินออกมาฉับ ๆ แล้วเขาก็บอก I come to the wrong place แล้วก็เดินออกไปนะ เพราะฉะนั้นผมมั่นใจว่าพลังของผู้หญิง พลังของ Universe เป็นพลังอันศักดิ์สิทธิ์ เราจะให้ผู้หญิงแบบนี้มาทำลายพลังของผู้หญิงทั้งโลกที่มีความหวังไม่ได้ เราจึงออกมาต่อต้านและต่อสู้ สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยผมรู้สึกสงสารโกตดิวัวร์ สงสารฟิลิปปินส์ สงสารเวเนซุเอลา สงสารมิสลาติน่า สงสารหลายคน รวมถึงสงสารไทยแลนด์ด้วยก็ได้ แต่ผมมีส่วนได้ส่วนเสียผมไม่อยากพูด ผมสงสารเพราะว่าคนเหล่านี้ถูกผู้หญิงคนนึงเอารัดเอาเปรียบ และก็คำว่าพลังของผู้หญิงผมเป็นคนศรัทธา แล้วผมทำนางงามมา 20 ปี ผมส่งเสริมพลังของผู้หญิงอย่างเต็มความสามารถเต็มพิกัดผม ผมสร้างผู้หญิงให้พ้นทุกข์มาเยอะ เพราะฉะนั้นผมดูจากสิ่งที่เกิดขึ้น ฟาติมากำลังทำลายพลังของผู้หญิง กำลังเอาเปรียบผู้หญิง การประกวดมิได้เป็นการประกวดโดยเท่าเทียม นั่นคือการเอาเปรียบ การประกวดโดยมี Security เดินตาม การประกวดโดยไม่ไปร่วมกิจกรรมสปอนเซอร์ การประกวดโดยไม่ใส่ใจคนอื่น มันก็เท่ากับไม่เท่าเทียม นั่นคือการทำร้ายพลังของผู้หญิงที่เท่าเทียมควรจะต้องเป็นอย่างนั้น”

ณวัฒน์ เผยว่า “ที่แจ้งความหมิ่นประมาทก็เรื่องหมิ่นประมาทเรื่องใส่ความเท็จ คือคำนี้เป็นคำหลัก Dumhead ที่ผมพูดถึงหลายประเทศเพราะว่าสาระสำคัญเลยนะครับว่า พอผมมาเป็น CEO ฝั่งนี้แล้วเนี่ย ผมได้เข้าถึงเอกสาร เข้าถึงข้อมูล เข้าถึงหลาย ๆ อย่าง รวมถึงเข้าถึงตัวกรรมการตัดสินในวันนั้น แล้วผมก็ยืนยันตรงนี้ว่ากรรมการเกินครึ่งไม่ได้เลือก ฟาติมา เป็นผู้ชนะ แต่เราก็ต้องยอมรับในสภาพนี้ใช่มั้ยผู้หญิงทั้งโลก และผู้เข้าประกวดทั้งโลก คุณจะยอมเป็นเหยื่อ คุณจะยอมเป็นเครื่องมือ ไม่มีการ Transparent ใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่สามารถพิสูจน์ได้เลย ปัจจุบันได้ทำลายหลักฐานทิ้ง แต่อย่าลืมนะครับ หลักฐานที่ดีที่สุดคือมนุษย์ซึ่งนั่งให้คะแนน ถ้าแน่จริงสิ่งที่ผมพูดไม่ถูก ติดต่อกรรมการได้เลย ทุกคนไปติดต่อได้ กรรมการเท่าที่คุณจะติดต่อได้ ถามเขาว่าเลือกใคร นี่คือสิ่งที่ผมต้องรณรงค์ อยากให้เขาเอาคำว่าพลังหญิง เขากำลังทำร้ายพลังของผู้หญิงที่มีความฝัน เขากำลังเอาเปรียบผู้หญิงที่ต้องลงทุน ลงแรง มาประกวดปีที่แล้ว ย้ำนะครับกรรมการเกินครึ่งไม่ได้เลือกเขาเป็นผู้ชนะ แล้วดูลักษณะองค์กรเขาสิมีแต่คดี มีแต่ความแปลกประหลาด CEO ก็มีคดีอะไรคุกคามทางเพศ คุณราอูลมีคดีอะไร แล้วตัวเขาทำยังไง หลังจากนี้ใครจะพูดอะไรผมไม่ได้สนใจแล้ว ผมรอให้กฎหมายเป็นตัวยืนยัน เพราะว่าสิ่งที่เขาอุปโลกน์ขึ้นมามันก็อาจจะมีพรรคพวก ก็พูดด้วย เราก็ดูไปเพลิน แต่ว่าคนเราความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และคนบางคนต้องตายกับความจริงเร็ว ๆ นี้ครับ (นี่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกใช่มั้ยที่เปิดหน้าสู้เลย บอกว่าผลการตัดสินปี 2025 ไม่ได้มาจากกรรมการทั้งหมด?) ผมถามนิดนึงว่าห้องหลังเวทีมีใครเข้าไปในห้องได้บ้าง อันนั้นก็ช่างมันเถอะ เรื่องของเรื่องอย่าไปสนใจ แต่เราสนใจว่าเราสามารถติดต่อคณะกรรมการได้ แล้วเราก็เข้าไปเห็นบางอย่าง เพราะฉะนั้นคำถามผมถามทิ้งไว้ว่าคณะกรรมการเกินครึ่ง ผมไม่อยากระบุจำนวนนะ ถ้าฟังจำนวนแล้วอาจจะตกใจ คณะกรรมการเกินครึ่งไม่ได้เลือกเขาเลย แล้วไม่ได้ว่าไม่ได้เลือกเขารอบสุดท้ายด้วย ไม่ได้เลือกเขารอบอื่นด้วย ผมถามว่าแล้วชัยชนะของเขาเป็นชัยชนะที่ทำร้ายผู้หญิงซึ่งมีพลังมาจากทั่วโลก ทำร้ายความหวังของผู้หญิง เขาเป็น Universe Killer เขาเป็น Hope Killer เขาเป็น Empower Woman Kille ผมยอมไม่ได้ เพราะผมยืนอยู่ตรงนี้ 20 กว่าปี ผมจะนำพาช่วยเหลือ Empower กลับมาให้ได้ จะต้องไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของแก๊งมาเฟียแก๊งนี้

ถ้าถามว่าจะมีฟีดแบ็กอะไรตามมามั้ย ก็แล้วแต่ครับ เราก็ไม่สนใจ ผมขอพูดในหน้าที่ CEO ผม แล้วผมเป็น CEO ในฝั่งตะวันออก อย่ามามั่วว่าไม่ได้เป็น ผมมีหนังสือเชิญผมเซ็นรับถูกต้องทางกฎหมาย ผมทำอะไรผมถูกต้อง คนถูกต้องเท่านั้นจะยืนอยู่บนที่สง่างามได้ สุดท้ายผมคิดว่าหลายคนคงเอาคำพูดผมไปแปลเป็นทุกภาษา ผมวอนผู้หญิงทั้งโลก วอนวอนแฟนนางงามทั้งโลก วอนผู้เข้าประกวดนางงามทุกคน เราต้องรัก Empower ของเรา อย่าปล่อยให้ของเราถูกทำลายด้วยการจัดการที่มีความแปลกประหลาด ทำให้เราตั้งข้อสงสัยว่า แล้วชนะมาด้วยวิธีอะไรในเมื่อกรรมการเกินครึ่งไม่ได้เลือกเขา แล้วยังมาเชิดหน้าชูตาหา Empower เพื่ออะไร Empower ที่แท้จริงอยู่ที่ ตั้งแต่รอง 1 ถึงรอง 130 นั่นคือคนที่อดทน ผมขอสรรเสริญทุกคนที่มาประกวดว่าอดทนต่อการถูกเอาเปรียบอย่างดีเยี่ยม (ปรบมือ) เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไปเขาจะโพสต์อะไรปล่อยเขาไปอย่ารู้สึกสะเทือน กฎหมายมันมีความเป็นสากล ใครจะบอกว่ากฎหมายหมิ่นประมาทก็ได้ในเมืองไทย ไม่ แสดงว่าคุณไม่รู้เรื่องกฎหมาย หมิ่นประมาทสามารถทำเป็น International ได้ครับ (พูดขนาดนี้แล้วอยากระบุตัวอะไรมั้ยว่าผลการตัดสินมาจากใคร?) อ๋อ ยังไม่ถึงเวลาครับ คือไม่ได้จะปล่อยอีกรอบครับ ทุกอย่างมันต้องถูกการคลี่คลาย จะให้คนมาเอาเปรียบผู้หญิงที่มาประกวดแบบนี้ไม่ได้ แล้วผู้เข้าประกวดทุกคนต้องมีสติ เราอย่าตกเป็นเหยื่อเขา เอะอะเขาก็พูดถึงเรื่องเขาคิดถูกแล้วที่เขาลุกขึ้นยืนในห้อง ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องในห้อง ผมพูดถึงเรื่องที่คุณใส่ร้ายผมนอกห้อง ืเรื่องในห้องมันจบไปแล้ว ผมก็ได้ร้องไห้ไปแล้วเพราะผมอึดอัด มันจบไปแล้ว เรื่องนอกห้องที่คุณพูดว่า Dumhead คือการใส่ร้ายซึ่งหน้าซ้ำ ๆ ๆ ๆ ๆ ถึงขนาดไปออกทีวี เพราะฉะนั้นเราคุยเรื่องนี้ อย่าหลงประเด็น เขาไม่มีทางที่จะสู้อะไรได้หรอก นอกจากไปเล่าเรื่องเดิม ๆ มาผสมผสานให้ช่วยกันลุกขึ้นพลังหญิง ผมจะช่วยผู้หญิงทั้งโลกที่มาประกวดแล้วถูกคนโกงชัยชนะ ไม่ว่าเวทีไหนก็ตาม”

ณวัฒน์ เผยว่า “ตอนนี้คดีถึงตำรวจก็บอกคืบหน้าแล้ว เดี๋ยวก็อาจจะต้องออกหมายจับต่อไป เพราะว่าออกหมายเรียกก็ไม่รู้ไปเรียกยังไง ก็คงออกหมายลอย เรื่องนี้เป็นแค่เล่าให้ฟัง ผลสรุปเป็นยังไงผมไม่รู้นะ ข้อเท็จจริงอยากให้ทางคุณราอูล คุณโรนัลด์เดย์ คุณเอ็มเจ คุณฟาติมา ออกมาอธิบายได้นะครับ อธิบายในเรื่องนี้นะ อย่ามานั่งด่ากันเสียเวลา ดีแต่ปาก ตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องเท็จไม่เอานะ ถ้าคุณคิดว่านาตาลี เกลโบวาเลือกคุณพูดมาเลย เดี๋ยวนาตาลีจะออกมาเอง คุณคิดว่านกชลิดาเลือกคุณพูดมาเลย เดี๋ยวเขาจะออกมาเอง คุณคิดว่าลูอิส เลือกคุณพูดมาเลย คุณพูดมาเลยพูดมาให้หมด พูดออกมาดีที่สุด เราตรงไปตรงมา ในกรณีนี้เราอยู่ต่างประเทศทางกฎหมายไม่สามารถเรียกตัวมาได้ ถ้าไม่มาก็คือไม่ได้ แต่ว่าเข้ามาไม่ได้เท่านั้นเอง (เข้าประเทศไทยไม่ได้?) ถ้าออกหมายจับนะ ก็จะติดอิมมิเกรชัน คือทั้งหมดทั้งมวลเราตั้งข้อสังเกตว่าอย่างงี้แล้วมันเป็นยังไงกันแน่ เรารอความแน่ของเขา ช่วยอธิบายหน่อย แล้วก็อย่าลืมว่าสุดท้ายเราซัพพอร์ตทุกพลังของผู้หญิง พลังของผู้หญิงต้องไม่ถูก ไม่ว่าเพศหญิงด้วยกันหรือผู้ชาย ทำลายลงจากการใช้กลยุทธ์ที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้แบบนี้ ที่แจ้งความคือผมอยากให้เขาหยุด สำคัญที่สุดคือผม Protect สิทธิ์ของผม ผมไม่ได้พูด สมมุติคนด่าคุณว่าไปด่าเขาว่าชั่ว แต่คุณไม่ได้ไปบอกว่าชั่วสักคำนึง แต่เราบอกว่าเดี๋ยว ๆ ๆ ไปกินถั่วดีกว่า แล้วเชาบอกว่าชั่ว ครั้งนึงเราก็รู้สึกอึดอัด 2 ครั้งก็อึดอัด นึกว่าจบ มันไปครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 แล้วมันไปถึงขนาดออกทีวี มันเป็นสิทธิ์ที่เราต้องปกป้องตัวเองเท่านี้เอง แล้วส่วนเรื่องที่ผมเล่าให้ฟังผมก็เห็นข้อพิรุธมันเป็นแบบนี้ มาเล่าให้ฟังในข้อเท็จจริงที่เห็น จริงไม่จริงเดี๋ยวรอบทสรุปอีกครั้งก็ได้ หรือรอฟังเขาก็ได้ครับ (ตอนนี้องค์กร Miss Universe กับฟาติมา อกเแถลงการณ์ตอบโต้มาแล้ว?) ก็เป็นคนละเรื่อง ผมคุยเรื่องผิดกฎหมายหมิ่นประมาท เขาไปคุยบรรยากาศในห้องอีกแล้ว แล้วก็ปลุกพลังหญิง แต่ผมกำลังจะบอกว่าผู้หญิงอย่าเป็นเหยื่อ เดี๋ยวผมจะขึ้นแฮชแท็กใหม่ ผู้หญิงอย่าเป็นเหยื่ออาชญากรรม อย่างงั้นดีกว่า ง่ายดี เพราะว่าเหมือน Call Center ผู้หญิงชอบโทรมา เราก็ต้องไม่เป็นเหยื่อ หรือเราจะ Empower Woman โดยการโอนเงินให้ผู้หญิงที่โทรมาตลอด มันก็ไม่ถูกมั้ย เราต้องแบ่งให้ออกว่า Empower หรือคนทำผิด ถ้าคนทำผิดอย่ามาใช้คำว่า Empower คุณไม่มีสิทธิ์ใช้คำนี้ตั้งแต่แรก องค์กรที่ทำผิดเป็นองค์กรที่ไม่น่าศรัทธาอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องคุณโรนัลด์ผมไม่อยากยุ่ง แต่วันนี้เขาโพสต์เรื่องของผม ก็อยากให้เขาไปแก้ปัญหาเรื่อง Sexual Harassment ซึ่งแพร่หลายอยู่ เพราะว่าองค์กร Universe ไม่ควรจะมี Sexual Harassment เป็นผู้นำ มันเป็นการกระทำที่แบบเจ็บปวดกับชื่อเสียงขององค์กร แล้วเขาเขียนหนังสือด้วย เขาออกบรรยายเรื่องพลังนั่นพลังนี่ ในขณะที่เขาทำร้ายเด็กผู้ชายคนนึงให้ต้องย่ำแย่ จริงหรือเปล่า นี่เอาตามข่าวที่ปรากฏทั้งสเปนและอังกฤษ ก็อยากให้เขาออกมาอธิบายด้วย แล้วน้องผู้ชายคนที่อยู่ในภาพข่าว ถ้าสะดวกก็ติดต่อมาที่ MGI ด้วยนะครับ เราจะช่วยเหลือเต็มความสามารถทางด้านกฎหมาย เราจะไม่ให้ใครเป็นเหยื่อใครเด็ดขาด เพราะว่าเราต้องการความยุติธรรม แล้วก็เราต้องการพลังที่ถูกต้อง เราไม่ต้องการให้ใครกดขี่ใคร หยุดกดขี่นางงาม หยุดเอาเปรียบนางงาม หยุดเอาตำแหน่งเป็นของเล่นของลูกเต้า หยุดซักที ถ้าถามว่าหลังจากนี้มันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มั้ย ผมพูดครั้งนี้ครั้งสุดท้ายนะ แล้วมันจะเกิดอะไรก็เป็นเรื่องของเขา แล้วก็เรื่องของใคร แล้วผมทำงานตามหน้าที่ ตั้งแต่พรุ่งนี้ผมจะคุยเรื่อง Miss Grand International อย่าลืมนะ Miss Grand International ที่อินเดียจะเริ่มวันที่ 18 กันยายนนี้แล้ว พอแล้วนะ ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นมันจะส่งผลให้บรรยากาศน้องตัวแทนประเทศไทยที่ไปประกวดที่เม็กซิโกเขาจะอึดอัดมั้ย ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร อะไรจะเกิดก็ผมบอกแล้วไงว่าท็อป 100 ก็ท็อป 100 ก็เหมาะสม ไม่เป็นไรหรอกเราก็เต็มความสามารถ เพราะว่าพลังที่แท้จริงคือพลังของผู้หญิงที่ไม่เอาเปรียบใคร และซื่อสัตย์ และให้เกิดความแฟร์ต่อการประกวด ถ้าเรากลัวเราก็แพ้ตั้งแต่แรก ชัยชนะของเราไม่ได้หยุดที่มงกุฎ ชัยชนะของเราก็คือเราได้ทำความบริสุทธิ์ในการเข้าร่วมอย่างถูกต้อง ปีนี้เป็นหน้าที่เขา แล้วผมพูดขนาดนี้ไม่ต้องถามหมดแล้วนะว่าผมจะไปเปอร์โตริโกมั้ย”

ณวัฒน์ เผยต่อว่า “แต่ถ้าไม่ติดก็ไม่แปลกครับ เคลียร์เรื่อง Empower Woman ให้ชัดก่อน อย่าเอา Empower Woman ไปเป็นเครื่องมือในการกระทำการเรื่องอื่น ถ้าเคลียร์ชัดเมื่อไร แล้วอยากได้มง 3 เมื่อนั้นครับ (ก็เลยเป็นเหตุผลที่เราไม่ได้มายด์ใช่มั้ยถ้าได้ท็อป 100?) ผมบอกเลยใครที่มงวันนี้จะเป็นคนที่ดังมาก ในขณะที่ไม่จำเป็นต้องมีมงกุฎผู้ชนะที่เปอร์โตริโก เพราะเขาก็จะเป็นตัวแทนพลังของผู้หญิงแบบจริงจัง ใครที่ชนะผมจะให้เขาเริ่มทำโครงการ Empower Woman around the world ทันที เขาจะเป็นแบบอย่างที่รวมพลัง Empower ทันที เพราะฉะนั้นโครงการนี้ผมบอกแล้วว่าผมจะให้ Miss Universe Thailand คนปัจจุบันที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งจะคัดกรองผู้หญิงที่เป็น Empower ที่เป็น Clean Empower และไม่ใช้ Empower ปลอม ๆ เพื่อไปเอาเปรียบคนอื่น (อยากให้ผลักดันเรื่องไหนเป็นพิเศษมั้ย?) ก็ส่งเสริมการประกวดนางงามให้เกิดการบริสุทธิ์ยุติธรรม ให้เกิดการตรวจสอบได้เหมือนที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ให้เป็นแบบอย่าง แล้วก็กำจัดคนที่ผิดกฎหมาย พยายามช่วยกันแฉคนที่กระทำผิดก่อให้เกิดการลงโทษเพื่อเป็นแบบอย่างครับ ตอนนี้ความรู้สึกเรากับเวที Universe ดีครับ ผมศรัทธาคำว่า Universe ผมไม่ได้ศรัทธาคน แต่ผมศรัทธาแบรนด์ ผม Carry แบรนด์เพื่อแฟน แฟน Universe ทั้งโลก ผมไม่ได้ต้องการ Carry คนแปลก ๆ หรือคนมีปัญหา เพราะฉะนั้นแน่นอนผมยืนอยู่ตรงนี้ผมโดนหนักสุด ใครจะมายืนสู้ ถ้าเราไม่สู้ Universe จะเหลือเปล่า ก็สู้เพื่อทุกคน เพราะฉะนั้นผมศรัทธาในแบรนด์ ผมไม่ได้ศรัทธาที่ตัวบุคคล เพราะฉะนั้นหวังว่าแบรนด์จะเอาตัวรอดปลอดภัย ในภาวะมรสุม และจังหวะชีวิตของแบรนด์ที่มันผิดพลาดหนักหนาสาหัส นี่คือ First and ever Universe Life 75 years ส่วนบางกระแสบบอกว่าทุกอย่างมันจะโดนกอบกู้กลับมาอยู่ในจุดเดิม คือต้องเปลี่ยนมีเจ้าของ ผมไม่อยากออกความเห็นครับ ผมก็เห็นด้วย แต่ว่ามันทำยังไง มันต้องทำยังไงเพราะว่าเขาไปสร้างปัญหาไว้เยอะ เขาไปสร้างปัญหาทางคดีไว้เยอะ เพราะฉะนั้นเนี่ยมันพูดยาก ต้องให้คดีคลี่คลาย ช่วงรอคดีคลี่คลายก็เงียบ ๆ กันบ้าง Empower อะไรมากมายก่ายกอง มันไม่มีจริงหรอก พูดไปอย่างงั้นแหละ ไปเอาเปรียบคนอื่นจะเป็น Empower ได้ยังไง กรรมการเกินครึ่งไม่เลือกแต่ชนะเนี่ยหรอ Empower ไม่ต้องใช้ Empower แล้ว เอ็มตคือมันนี่”