จากกรณีเพจสายสืบ อย่ามาแข่ ของตำรวจชุดสืบสวน สภ.กุมภวาปี อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ได้โพสต์คลิปและรูปภาพขณะนั่งประชุมงานสืบสวนกับผู้บังคับบัญชา ในช่วงเช้าวันนี้ (22 ก.ย. 68) โดยปรากฏมีชายหนุ่ม รูปร่างหน้าตาดี และแต่งตัวดี แขวนซองใส่บัตรตำรวจสอบสวนกลาง อ้างว่าเป็น นรต.ปี 4 มารายงานตัว เพื่อขอฝึกงานกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.กุมภวาปี พร้อมกับระบุข้อความว่า “เราก็ไม่ได้ถามรายละเอียดให้นั่งประชุมด้วย พอแนะนำตัว ถามอะไรตอบไม่ได้ ถามอยู่ชมรมไหน รุ่นไหน หนังสือส่งตัวมีมั้ย ไม่มีสักอย่าง สุดท้ายโป๊ะแตก อยากเป็นตำรวจ จึงหาซื้อบัตรมาคล้องคอ แต่งตัวเหมือนสืบ 555” หลังโพสต์ไปได้ไม่นาน ได้มีชาวโซเชียลมาคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมากว่า “อย่างนี้ก็ได้เหรอ”

ภายหลังจากโป๊ะแตก ร.ต.อ.รังสิมันต์ ภูเนตร รอง สว.สส.สภ.กุมภวาปี ได้รายงานไปยัง พ.ต.อ.วิชาญ สุธรรมแปง ผกก.สภ.กุมภวาปี พ.ต.ท.ปรีชา แจ้งคล้อย รอง ผกก.สส.สภ.กุมภวาปี พ.ต.ท.สมภูมิ ขันตีกุล สว.สส.สภ.กุมภวาปี ให้รับทราบ และได้เดินทางมาสอบถามหนุ่มรายนี้ด้วยตนเอง ทราบชื่อ นายติ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ชาว อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ในเบื้องต้นทราบว่า นายติ อยากเป็นตำรวจสายสืบ ขณะนี้กำลังศึกษาต่อในด้านกฎหมาย แต่ยังเรียนไม่จบ

ร.ต.อ.รังสิมันต์ หรือผู้กองเสือ กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ ขณะตนและทีมงาน กำลังนั่งประชุมวางแผนงานกับผู้บังคับบัญชา ก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ ได้มีชายหนุ่ม แต่งตัวดี ขับรถเก๋ง เข้ามาขอฝึกงานกับทีมงานของเรา โดยบอกว่าเป็น นรต. รุ่น 78 ปี 4 ตนจึงบอกให้รอ พ.ต.ท.ปรีชา แจ้งคล้อย รอง ผกก.สส.สภ.กุมภวาปี ก่อน และให้เข้านั่งประชุมร่วมกัน พอประชุมเสร็จ รอง ผกก.สส. จึงสอบถามว่า ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจเราอยู่ชมรมอะไร ซึ่งเขาก็ไม่สามารถตอบได้ ตอบเพียงว่าอยู่ชมรมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ทางเราจึงสอบถามต่อไปอีกว่า มารายงานตัวเพื่อขอฝึกงาน ทำไมไม่แต่งเครื่องแบบตำรวจ และใบส่งตัวจากต้นสังกัดก็ไม่มี และสอบถามเรื่องในรั้วโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ก็ไม่สามารถตอบได้เลย คือไม่รู้เรื่องเลย ตอบเพียงว่าอยากจะมาฝึกงานด้วย และบอกว่าก่อนมาที่นี่ เคยไปขอฝึกงานกับชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี แต่เขาบอกว่าเต็ม จึงมาขอฝึกงานที่นี่แทน

“หลังจากสอบถามที่มาที่ไป ทำให้รู้ชัดแล้วว่า น้องเขาไม่ใช่ นรต.ตามที่กล่าวอ้าง จึงได้โทรฯ ประสานแม่ของน้องที่กำลังทำงานอยู่ที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ให้เดินทางมารับน้องกลับบ้าน โดยสอบถามแม่ของน้อง ทราบว่า กำลังเรียนนิติศาสตร์ อยู่ที่มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง แต่ยังเรียนไม่จบ แต่น้องเขาอยากเป็นตำรวจมาก จึงแนะนำให้ไปทำตามขั้นตอนในการสอบเข้ารับราชการตำรวจ ไม่ใช่แค่เรียนด้านกฎหมายแล้วมาอ้างว่าตัวเองเป็น นรต.” รอง สว.สส. กล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ดำเนินคดีทางกฎหมาย แต่ได้ว่ากล่าวตักเตือนไป โดยขอให้ผู้เป็นแม่นำตัวลูกชายไปปรึกษาแพทย์จิตเวช เพื่อประเมินอาการ โดยตำรวจชุดสืบสวนได้พาไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่า ไม่ใช่ นรต.ปี 4 ตามที่ได้กล่าวอ้าง และสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ก่อนปล่อยตัวไป.