สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ว่า การประกาศของทรัมป์ ซึ่งแม้เต็มไปด้วยคำแนะนำที่ครอบคลุม แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน มีขึ้นขณะที่ทำเนียบขาวให้คำมั่นปฏิวัติระบบสาธารณสุขของสหรัฐ และบรรดาผู้สันทัดกรณีในวงการการแพทย์และวิทยาศาสตร์ ต่างแสดงความกังวลอย่างกว้างขวางต่อโครงการริเริ่มของรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งดูเหมือนจะแก้ไขฉันทามติทางการแพทย์ที่มีมานานหลายสิบปี

อนึ่ง กลุ่มการแพทย์ต่าง ๆ รวมถึง สมาคมสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (เอซีโอจี) ระบุมานานแล้วว่า อะเซตามีโนเฟน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของไทลินอล เป็นหนึ่งในยาแก้ปวดที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนกรานว่า การรับประทานยาไทลินอล “เป็นสิ่งที่ไม่ดี” และ “ต้องต่อสู้สุดชีวิต” เพื่อไม่รับประทานยาตัวนี้ พร้อมกับเสริมว่า สตรีมีครรภ์ควร “อดทน” และต้องมี “ไข้สูงมาก” เท่านั้น จึงควรรับประทานยาที่หาซื้อได้ทั่วไป ทั้งที่ในความเป็นจริง ไข้และอาการปวดอาจเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อมารดาและทารกในครรภ์

ด้านนายอาร์เธอร์ แคปแลน หัวหน้าฝ่ายจริยธรรมทางการแพทย์ ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก กล่าวถึงความคิดเห็นของทรัมป์ว่าอันตราย ไม่ถูกหลักวิทยาศาสตร์ และเต็มไปด้วยข้อมูลเท็จ

“ผมกังวลว่า ผู้หญิงตั้งครรภ์จะรู้สึกผิด หากรับประทานยาไทลินอล พวกเธอจะรู้สึกว่าตัวเองทำให้ลูกผิดหวัง พวกเธอจะรู้สึกว่าตัวเองผิดจริยธรรมในการพยายามรักษาอาการไข้ ซึ่งมันไม่ยุติธรรมเลย และไม่ควรมีใครต้องรู้สึกแบบนั้น” แคปแลน กล่าวเพิ่มเติม

ขณะที่คณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) ระบุในจดหมายถึงแพทย์ว่า การเชื่อมโยงโรคออทิสติกกับยาไทลินอล “ยังไม่มีหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ” และการถกเถียงทางวิทยาศาสตร์ยังคงดำเนินต่อไป.

เครดิตภาพ : AFP