วัดมณีวงศ์ ต.ดงละคร อ.เมือง จ.นครนายก เป็นวัดที่เก่าแก่อีกวัดหนึ่งใน จ.นครนายก เดิมทีนั้น สำหรับวัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีชาวบ้านมาทำบุญไม่มากเท่าไหร่โดยภายในวัดจะมีเพียงแค่ศาลตา-ยาย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระปางป่าเลไลยก์ให้ชาวบ้านที่มาทำบุญได้กราบไหว้กัน แต่ปัจจุบันนี้วัดมณีวงศ์กลับกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพราะพระครูปิยรัตนานุกูล(หลวงพี่ต่อ)เป็นเจ้าอาวาสวัดฯโดยท่านเป็นพระนักพัฒนาจึงใช้บริเวณพื้นที่ข้างวัดสร้าง”วังพญานาค”ชื่อเต็มคือวังรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราชราชา ท่านได้สร้างพญานาคขึ้นมาภายในถ้ากว่า1,000องค์สวยงามมากประชาชนจากทั่วทุกสาระทิศต่างได้เดินทางมาเที่ยวชม”วังพญานาค”วัดมณีวงศ์จนแน่นวัดทุกวัน

สำหรับพญานาคเป็นสัตว์ในตำนานที่หลายคนยังหาคำตอบไม่ได้โดยที่ทุกคนก็ว่าพญานาคนั้นมีอยู่จริงและบางคนก็ว่าไม่มีอยู่จริง แต่ว่าในปัจจุบันก็ยังมีข่าวพญานาคว่าพบเจอที่โน่นบ้างที่นี่บ้างกันอยู่เนืองๆและบางคนก็ยังมีความเชื่อว่าพญานาคนั้นมีอยู่จริงในพระไตรปิฏก แต่ในทางกลับกันก็ยังมีผู้คนอีกมากมายหลายๆคนที่ยังค้างคาใจอยู่ว่าสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นได้ไปเจอะเจอมานั้นมันคืออะไรกันแน่  แต่ในความเป็นจริงพญานาคที่เรามองเห็นทั่วๆไปที่ถูกปั้นขึ้นมานั้นล้วนเป็นรูปปั้นที่ถูกปั้นขึ้นมาตามจินตนาการตามวัดต่างๆเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกให้ทุกคนได้มองเห็นว่าสิ่งนี้คือพญานาคคล้ายกับว่ามีตัวตนจริงๆ

พระครูปิยรัตนานุกูล(หลวงพี่ต่อ)เจ้าอาวาสวัดมณีวงศ์ ต.ดงละคร อ.เมืองนครนายก ได้กล่าวว่าพญานาคนั้นเป็นเทพเจ้าแห่งความศักดิ์สิทธิ์และเทพเจ้าแห่งท้องน้ำ  และบางพื้นที่ก็ว่าพญานาคนั้นเป็นเทพเจ้าแห่งท้องฟ้า ซึ่งพญานาคนี้จะมีลักษณะมีหงอนซึ่งแสดงถึงความยิ่งใหญ่,ความอุดมสมบูรณ์  และรวมถึงความมีวาสนาจึงทำให้อาตมามีความคิดที่แน่วแน่ในการสร้างพญานาคตามพุทธศิลป์คือศิลปกรรมที่สร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้พระพุทธศาสนาทั้งในด้านจิตรกรรม,ปติมากรรม และสถาปัตยกรรม จึงได้ว่าจ้างช่างปั้นพญานาคที่ขึ้นชื่อมาปั้นขึ้นมารวมทั้งหมด1,000กว่าองค์เพื่อให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใน จ.นครนายก  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมจะได้ให้นักท่องเที่ยวทั่วไปได้มาเที่ยวชม  และมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดฯอาทิหลวงพ่อ1,000ล้าน,พระสิวลี และพระปางป่าเลไลยก์ที่มีอยู่1ใน3ของประเทศไทย และนอกจากนี้ก็เพื่อให้เป็นอุทยานปฏิบัติธรรมสำหรับพระภิกษุ-สามเณร และอุบาสก-อุบาสิกา  ตลอดจนเพื่อให้เป็นแหล่งชุมชนภายในวัดฯทำให้ชาวบ้านได้มีที่ทำมาหากินกินรวมทั้งยังเป็นการกระจายรายมาสู่ จ.นครนายก  ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

สำหรับวังพญานาควัดมณีวงศ์ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมขิง จ.นครนายก ที่มีประชาชนทั่วทุกสาระทิศได้เดินทางมาเที่ยวชมกันไม่ขาดสายจนแน่นวัดทุกวัน โดยหลวงพี่ต่อเจ้าอาวาสวัดมณีวงศ์บอกว่าได้นำเอารายได้ส่วนหนึ่งไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลนครนายก/ช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์ที่อาพาธเจ็บป่วย/ซื้อข้าวสารไปบริจาคให้กับโรงเรียนต่างๆใน จ.นครนายก และมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ฐานะยากจน และในช่วงที่ประเทศไทยมีปัญหากับประเทศเขมรทางวัดก็ได้ช่วยเหลือด้วยการนำเอาข้าวสารกับอาหารแห้งไปช่วยเหลือทหารกับตำรวจ และประชาชนที่อยู่ชายแดนอีกด้วย

พระครูปิยรัตนานุกูล(หลวงพี่ต่อ)เจ้าอาวาสวัดมณีวงศ์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าวัดมณีวงศ์แห่งนี้นอกจากจะเป็นแลนด์มาร์คที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของ จ.นครนายก ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอีกด้วย ซึ่งในแต่ละวันนั้นจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะเดินทางมาเยี่ยมชมวังพญานาคแห่งนี้จนแน่นวัดทุกวันซึ่งวังพญานาควัดมณีวงศ์แห่งนี้นับได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่โดดเด่นที่สุดใน จ.นครนายก  ที่ถูกสร้างขึ้นมาตามเจตนารมณ์ของพระครูปิยรัตนานุกูล(หลวงพี่ต่อ)จึงได้ว่าจ้างช่างที่มีฝีมือทางการปั้นพญานาคโดยตรงทั้งหมดรวมแล้วประมาณ1,000กว่าองค์เพื่อให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสาระทิศได้มาเยี่ยมชมและมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และนอกจากนี้ก็จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอุทยานปฏิบัติธรรมให้กับพระภิกษุ-สามเณร และอุบาสก-อุบาสิกาอีกด้วย.