เมื่อวันที่ 17 ก.ค.69 ที่อาคารมาลีนนท์ นายปอนด์ จักรกฤษณ์ แต่งตั้ง ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารเงินบริจาคของสมาคม โดยยืนยันว่าข้อมูลที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ไม่เป็นความจริง พร้อมเชื่อว่าภาพข้อมูลทางการเงินที่ถูกนำมาเผยแพร่อาจถูกสร้างหรือดัดแปลงด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อโจมตีตนเอง โดยระบุว่าได้นำสเตทเมนต์บัญชีสมาคมให้ นายหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ตรวจสอบแล้ว พบว่ามีเงินอยู่เพียงประมาณ 80 ล้านบาท ไม่ใช่กว่า 200 ล้านบาทตามที่มีการกล่าวอ้าง พร้อมตั้งคำถามว่าตัวเลขดังกล่าวมาจากแหล่งใด

ปอนด์กล่าวว่า สมาคมมีภารกิจรับ-ส่งศพเฉลี่ยปีละประมาณ 10,000 เคส หากคิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเคสละ 5,000 บาท ก็ต้องใช้เงินราว 50 ล้านบาทต่อปี ยังไม่รวมค่าซ่อมบำรุงรถ ค่าน้ำมัน ค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิต รวมถึงเงินเดือนพนักงานกว่า 10 คน ซึ่งได้รับเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท คิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละประมาณ 100,000 บาท

ส่วนกรณีมีการถอนเงินจากบัญชีสมาคมครั้งละ 30,000 บาทนั้น ยอมรับว่าเป็นความจริง เนื่องจากเป็นข้อบังคับของสมาคมที่กำหนดให้ถอนเงินได้ครั้งละไม่เกิน 30,000 บาท โดยเงินที่ถอนออกมาถูกนำไปใช้บริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อาทิ ค่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของอาสาสมัคร ยืนยันว่าการถอนเงินมีจริง แต่ไม่ถึง 1,433 ครั้งตามที่ถูกกล่าวหา

นอกจากนี้ยังยอมรับว่า ในช่วงเริ่มต้นเคยใช้บัญชีธนาคารของภรรยาเป็นบัญชีกลาง เนื่องจากบัญชีของสมาคมในขณะนั้นไม่มีบริการแอปพลิเคชันธนาคารและไม่มีบัตรเอทีเอ็ม จึงไม่สามารถโอนเงินให้เครือข่ายอาสาสมัครทั่วประเทศได้ทันที จำเป็นต้องถอนเงินสดมาเข้าบัญชีกลางก่อนกระจายต่อไปยังผู้ปฏิบัติงาน ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้บัญชีในชื่อนายกสมาคมตามมติที่ประชุมแล้ว และอาจยุติบทบาทในสมาคมชั่วคราวเพื่อรอการชี้แจงต่อหน่วยงานราชการ

สำหรับกรณีที่มีประชาชน 18 คนเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม ปอนด์ยอมรับว่าตนทำไม่ถูกต้องที่แอบจดรายชื่อผู้ร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบว่ามีการใส่ร้ายตนหรือไม่ พร้อมกล่าวถึงกรณีข้อพิพาทกับคุณนัยนา เจ้าของที่ดิน ว่า เดิมตั้งใจจะซื้อที่ดินเพื่อสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณ แต่ภายหลังเปลี่ยนใจ เนื่องจากอีกฝ่ายไม่ทำตามข้อตกลงเรื่องราคา จึงตัดสินใจรื้อถอนองค์ท้าวเวสสุวรรณและไปซื้อที่ดินแห่งใหม่แทน

ปอนด์ยังชี้แจงว่า สาเหตุที่ที่ดินบางแปลงใช้ชื่อมารดาเป็นผู้ถือครอง เพราะนายหน้าแนะนำให้โอนในนามบุคคลก่อน เนื่องจากกังวลเรื่องภาษี หากโอนในชื่อสมาคม พร้อมยอมรับว่าในขณะนั้นไม่มีความรู้ด้านกฎหมายและไม่ได้ปรึกษาทนายความ จึงทำตามคำแนะนำเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ส่วนแหล่งรายได้ส่วนตัว ระบุว่า ในอดีตมาจากการสร้างและจำหน่ายวัตถุมงคล ปัจจุบันมีรายได้จากการรีวิวสินค้า การขายสินค้าผ่านเฟซบุ๊กและติ๊กต็อก รวมถึงการรับงานพรีเซนเตอร์สินค้า ขณะที่ข้อกล่าวหาว่านำเงินบริจาคไปทำศัลยกรรมจมูกนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยคลินิกเป็นผู้ให้บริการฟรีเพื่อแลกกับการรีวิวในฐานะอินฟลูเอนเซอร์

สำหรับประเด็นลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 24 ล้านบาท ปอนด์ยืนยันว่าไม่เคยถูกรางวัลดังกล่าว โดยลอตเตอรี่ที่ถือถ่ายภาพเป็นของผู้โชคดีที่นำมาแก้บน ตนเพียงขอยืมมาถ่ายภาพเท่านั้น และได้ชี้แจงไว้ในช่องแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์แล้วว่าไม่ใช่ลอตเตอรี่ของตนเอง

ส่วนกรณีหนีทหาร ปอนด์ยอมรับว่าเป็นความจริง โดยระบุว่าเมื่อคดีใกล้หมดอายุความ ตนตัดสินใจเข้ารับโทษในเรือนจำทหารด้วยตัวเอง เพื่อให้เรื่องสิ้นสุดและสามารถทำงานเพื่อสังคมได้อย่างไม่ต้องกังวล พร้อมย้ำว่าพร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมดด้วยเอกสารและหลักฐาน และทิ้งท้ายว่า แม้ตลอดชีวิตจะต้องเผชิญกับดราม่าและคำวิพากษ์วิจารณ์ แต่จากนี้จะขอพิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด.