เมื่อวันที่ 17 ก.ค. นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า ขบ. ได้รับข้อสั่งการจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ให้เร่งช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ถูกตัดสิทธิ์การได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการเคยมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ หรือได้ทำการขายไปแล้วแต่ยังไม่ได้แจ้งจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อให้ถูกต้อง ตลอดจนกรณีที่เพิ่งทราบว่าตนเองมีกรรมสิทธิ์ในรถอันเนื่องมาจากญาติ พี่น้อง หรือลูกหลานนำชื่อไปใช้ในการซื้อรถ
นายสรพงศ์ กล่าวอีกว่า สืบเนื่องจากกระทรวงการคลังได้ประกาศผลพิจารณาโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดย ขบ. ได้ดำเนินการตรวจสอบการมีกรรมสิทธิ์ของรถ และจัดส่งผลการตรวจสอบให้แก่กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนตามเงื่อนไขโครงการ ในหัวข้อ “ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน” อย่างไรก็ตาม พบว่ามีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ (มีกรรมสิทธิ์รถเกินจำนวนที่โครงการกำหนด) จำนวนมาก
นายสรพงศ์ กล่าวต่อว่า ขบ. แนะนำให้ดำเนินการ ดังนี้ 1. หากประชาชนไม่ผ่านคุณสมบัติ และต้องการยื่นทบทวนหรืออุทธรณ์ ให้ประชาชนดำเนินการตามช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด ได้ตั้งแต่วันที่ 17 – 31 ก.ค. 2569 ผ่าน 4 ช่องทาง ดังนี้ ช่องทางที่ 1 เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th ช่องทางที่ 2 ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ช่องทางที่ 3 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และช่องทางที่ 4 ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร (กรุงไทย, ออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส. และ ธ.อิสลาม)
2. สำหรับประชาชนผู้ลงทะเบียนโครงการดังกล่าว และต้องการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนรถของตนเอง สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการมีกรรมสิทธิ์ในรถฟรี โดย ขบ. ได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศช่วยเหลือประชาชน โดยไม่ให้เก็บค่าธรรมเนียมในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ เนื่องจากเป็นบริการที่ต่อเนื่องจากโครงการของรัฐ ผู้ที่ต้องการตรวจสอบกรรมสิทธิ์สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง Walk-in มายังสำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งสาขาทั่วประเทศ ซึ่ง ขบ. สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างถูกต้องจากระบบฐานข้อมูลกลาง (MDM) หากตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลรถดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จะดำเนินการปรับปรุงข้อมูล หรือดำเนินการทางทะเบียนให้ถูกต้องตามระเบียบต่อไป
นอกจากนี้ ขบ. จะคอยดูแลรวบรวมกรณีปัญหาต่างๆ ของประชาชน เพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือ ทั้งนี้ ขบ. พร้อมอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบ และปรับปรุงแก้ไขข้อมูลทางทะเบียนรถให้ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองต่อไป.



