“กับตันเฉิน” กองกลางสายคลาสสิค ดีกรีทีมชาติไทยชุดยู 17 นาทีนี้สายบอลนักเรียนและบอลทีมชาติคงไม่มีใครไม่รู้จัก “เจ้าเฉิน” ดนุพล บุบผา ทั้งการเล่นในสนามที่เหมือนกับ เซอคิโอ บุสเกต กองกลางตัวเก่งของเจ้าบุญทุ่ม และนิสัยนอกสนามที่น่ารัก อัธยาศัยดีจนเป็นที่รักของแฟนบอลจำนวนมาก

วันนี้ผมขอพูดถึงอีกหนึ่งกองกลางตัวรับคนเก่งของทางโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี เคยก้าวขึ้นเป็นกับตันทีมชาติไทยชุดยู 17 และปัจจุบันก็เล่นฟุตบอลอาชีพให้กับสโมสรอัสสัมชัญ ยูไนเต็ด ในไทยลีก 3 อีกด้วย หลายคนคงทราบดีว่า เจ้าเฉินเป็นกองกลางสายคลาสสิคที่เล่นบอลง่าย ๆ เนียนตา แต่รู้หรือไม่ว่ากว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

เฉินเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 6 ขวบ เริ่มเล่นบอลจากการฝึกซ้อมกับคุณพ่อและน้องชายในสวนของที่บ้าน ใช้วิธีการครูพักลักจำดูคลิปจากในไอแพด เปิดคลิปลิโอเนล เมสซีเล่นบอล ทำให้เฉินเริ่มหลงใหลในกีฬาฟุตบอล พออายุได้ 7 ขวบ เฉินก็ไปสมัครอคาเดมีแถวบ้าน “วานร คะนองหัวหิน” โดยเจ้าตัวเริ่มเล่นในตำแหน่งแบคซ้าย ภายใต้การดูแลของ “โค้ชเชน พิทยอาจ สถาพรดำรงค์”
เด็กหนุ่มจากประจวบรายนี้ ในวัย 8 ขวบได้ตะเวนเดินสายแข่งทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด “ช่วงนั้นมันไม่ง่ายเลยพี่ ผมต้องติดรถพ่อแม่เพื่อนคนอื่นไปแข่งอ่ะ จนสุดท้ายพ่อผมต้องยอมซื้อรถมาใหม่เพื่อมาพาผมไปตามล่าความฝัน” เฉินได้ลองขยับมาเล่นเป็นกองกลางตัวรับ ทำให้เฉินได้พบกับตำแหน่งที่เจ้าตัวถนัดมากกว่า จนกระทั่ง 10 ขวบ จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเขา คือการไปคัดตัวกับโรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี เฉินได้โอกาสจากเจ้าสัวน้อยและได้เข้าเรียนต่อที่นี่

เฉินเล่าว่า “ช่วงปีแรก ผมร้องไห้เกือบทุกคืนเลยพี่ จนผมเกือบจะยอมแพ้ละ แต่พี่รู้ไหมว่ากว่าผมจะมาถึงจุดนี้พ่อกับแม่ผมต้องเหนื่อยขนาดไหน ผมยอมแพ้ไม่ได้หรอกพี่” โดยในรุ่นนั้น ผู้เล่นที่ติดมาในชุดเดียวกัน เช่น บอส ศุภวิชญ์ ผสม เบส ภูริณัฐ พูลกำลัง และ กาย ศิรสิทธ์ ทรัพย์สิน

เจ้าเฉินได้เป็นตัวหลักของทีมโรงเรียนและถูกเรียกติดทีมชาติชุดเยาวชน ในทุกชุดตั้งแต่ 14ปี 16ปี และ18ปี และในที่สุดชื่อของเขาก็ได้ถูกเรียกติดทีมชาติไทย ชุดยู 17 ในศึกชิงแชมป์อาเซียน และชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ร่วมกับเพื่อนสนิทอย่าง “อชิ” ชัยวัตน์ เงินมา แต่หลังจากการแข่งขันครั้งนั้นจบลง เจ้าเฉินในวัยเพียง 16 ย่าง 17 ปีก็ต้องแบกรับคำวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา จากแฟนบอลที่ไม่พอใจที่ทีมไม่สามารถไปเล่นฟุตบอลโลกได้ กับตันเฉินไม่ได้ตอบโต้อย่างไร แต่เขาก็กลับมาพยายามพัฒนาตัวเองอย่างหนัก ตื่นเช้าเพื่อมาซ้อมตั้งแต่ 6 โมงเช้า 7 โมงไปเตรียมเรียนหนังสือ ช่วงเย็นกลับมาซ้อมต่อ เผื่อเมื่อไหร่ที่มีโอกาสรับใช้ชาติอีก เขาก็จะทำให้ดีที่สุด

จนกระทั่งการแข่งขันฟุตบอลกรมพละที่ผ่านมาครั้งล่าสุด เฉินก็ยิงลูกไฟสุดสวยดับชงโคม่วงทองตกรอบ 4 ทีม ก่อนที่เขาและพลพรรคเจ้าสัวน้อยจะเข้าไปชิงกับสวนกุหลาบ แม้ว่าผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจ แต่หลังเกมเฉินในฐานะพี่ใหญ่ของทีม เขาวิ่งไปปลอบเพื่อน ๆ และโชว์สปิริตวิ่งไปแสดงความดีใจกับสวนกุหลาบ ถึงแม้ในใจเฉินจะเศร้าแค่ไหนที่เขาพึ่งพลาดถ้วยแชมป์มา แต่เขาก็ยังคงให้แฟนบอลในสนามถ่ายรูปกับเขาอย่างเต็มใจ และยิ้มแย้ม

จากประสบการณ์ที่ผมได้พูดคุยและรู้จักกับเจ้าเฉิน เฉินเป็นนักบอลทีมชาติที่ไม่มีความถือตัว ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ใครอยากถ่ายรูปด้วย เฉินก็ยินดีเสมอ ผมถามเฉินว่า “เฉิน เฉินเป็นถึงกับตันทีมชาติ ทำไมเฉินถึงดูเข้าถึงง่ายจัง ไม่ถือตัวเลย เป็นกันเองสุดๆ” เจ้าเฉินตอบว่า “พี่ครับ พ่อผมสอนว่า ต่อให้เราจะไปได้ไกลแค่ไหน ให้ทำตัวเหมือนเดิม แล้วทุกคนจะรักเรา” ผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องทัศนคติของเขานี่แหละ

กองกลางหัวใจสาวก THE KOPS รายนี้มีความฝันที่จะเป็นนักบอลอาชีพและติดทีมชาติชุดใหญ่ให้ได้ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ตามรอยไอดอลของเขาอย่าง พี่ตั้ม ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และเฉินก็ยังอยากไปเล่นในเจลีก และยุโรปเหมือนกับพี่ ๆ นักฟุตบอลทีมชาติ

เรื่องโดย: เด็กชายเจ้าต้า