สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ พบหารือรอบการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ที่นครนิวยอร์ก กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน


ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า ยูเครนสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายชนะรัสเซีย และยึดดินแดนทั้งหมดที่เคยเสียไปกลับคืนได้ ผ่านความสนับสนุนทางการเงินจากสหภาพยุโรป (อียู) และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ถือเป็นการปรับเปลี่ยนท่าทีครั้งสำคัญของผู้นำสหรัฐในเรื่องนี้ ซึ่งก่อนหน้านั้นกล่าวมาตลอด ว่ายูเครนต้องยอมสละดินแดนบางส่วนให้กับรัสเซีย เพื่อแลกกับการยุติสงคราม และกล่าวว่า รัฐบาลเคียฟ “ไม่มีไพ่ในมือ”


ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลเคียฟ “สามารถไปได้ไกลกว่านั้น” แต่ไม่ได้ขยายความ และเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกนาโตยิงเครื่องบินรบของรัสเซียที่รุกล้ำน่านฟ้า หลังเกิดเหตุการณ์ซ้ำเดิมหลายครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กับโปแลนด์ เอสโตเนีย และโรมาเนีย


ด้านเซเลนสกีแสดงความยินดีกับการปรับเปลี่ยนท่าที “ครั้งยิ่งใหญ่” ของทรัมป์ และกล่าวไปถึงจีนด้วยว่า หากจีน “มีความต้องการอย่างจริงใจ” ในการให้สงครามครั้งนี้ยุติ รัฐบาลปักกิ่ง “ควรบังคับ” รัฐบาลมอสโกให้ยุติการรุกรานยูเครน โดยกล่าวด้วยว่า “หากไม่มีจีน ปูตินไม่มีความหมาย” หมายถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย


ส่วนทรัมป์กล่าวว่า จีนและอินเดีย “เป็นผู้ให้เงินสนับสนุนหลัก” ให้รัฐบาลมอสโกทำสงครามในยูเครน เนื่องจากทั้งสองประเทศยังคงซื้อและใช้น้ำมันและก๊าซจากรัสเซีย.

เครดิตภาพ : AFP