เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มรายรับ สร้างรายได้ ยกระดับบริการ แก่หน่วยบริการในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อรองรับระบบประกันสุขภาพเอกชนอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเสริมสร้างความยั่งยืนทางการเงินการคลังของหน่วยบริการสาธารณสุขของรัฐ โดยไม่กระทบสิทธิของประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพอื่น
นพ.พงศธร กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวประกอบด้วย 5 กลไกสำคัญ ได้แก่ 1.ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับชาติและระดับพื้นที่ เพื่อวางยุทธศาสตร์ ทิศทาง และกลไกกำกับติดตามแบบบูรณาการ โดยมีตัวแทนจากกรมต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นภาคี 2.พัฒนาพื้นที่บริการเฉพาะผู้ถือประกันสุขภาพเอกชน ออกแบบพื้นที่ให้บริการที่เหมาะสม ทันสมัย สะดวก และเสริมภาพลักษณ์โรงพยาบาลคุณภาพ ตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้ใช้บริการกลุ่มนี้ 3.ใช้ระบบลงทะเบียนล่วงหน้า/คิวอิเล็กทรอนิกส์ (Smart Queue) พัฒนาผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับข้อมูลการนัดหมายของผู้ป่วยถือประกันเอกชน 4.ใช้ระบบ iClaim เชื่อมบริษัทประกันสุขภาพ เพื่อให้การเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลเป็นระบบ แม่นยำ และโปร่งใส ลดภาระงานเอกสาร เพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่าย และ 5.จัดทำแบบ ฟอร์มสำหรับแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิประกัน และรายงานค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการข้อมูลรายได้จากระบบประกันเอกชน
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ร่างระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการจัดบริการคลินิกพิเศษประกันสุขภาพภาคสมัครใจ พ.ศ. 2568 อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับกรมบัญชีกลาง เพื่อเป็นกรอบทางกฎหมายในการดำเนินงานอย่างยั่งยืนในอนาคต พร้อมกันนี้ กระทรวงฯ ได้จัดทำแบบตรวจสอบให้โรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ ใช้ประเมินความพร้อมเบื้องต้น และสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมเป็นโรงพยาบาลนำร่องได้ทันที ซึ่งในระยะแรก มีโรงพยาบาลสนใจเข้าร่วมแล้ว 35 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ สะท้อนความพร้อมของระบบบริการภาครัฐในการเปิดรับการเปลี่ยนแปลง และมุ่งสู่ระบบสุขภาพที่แข็งแกร่งและยั่งยืน.



