ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงการบริหารของรัฐบาลเพื่อไทย (นายกฯ แพทองธาร-เศรษฐา) ในระยะเวลาเพียง 2 ปี รัฐบาลได้ออกมาตรการด้านการแก้หนี้-พักหนี้-เติมสินเชื่อ ผ่านกลไกของกระทรวงการคลัง นอกเหนือจากการปล่อยสินเชื่อปกติของสถาบันการเงิน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนกว่า 15 มาตรการ สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนกว่า 6 ล้านราย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการเหล่านี้จะได้รับการสานต่อจากรัฐบาลอนุทิน ไม่ควรถูกพับทิ้งกลางทางครับ
โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- โครงการแก้หนี้ “คุณสู้ เราช่วย” ผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 2.3 ล้านบัญชี ลูกหนี้ 1.7 ล้านราย
- โครงการสินเชื่อ GSB Boost Up อนุมัติสินเชื่อ 16,290 ราย จำนวนเงินรวม 98,778 ล้านบาท
- มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เกษตรกร (พักหนี้เกษตรกร) ระยะที่ 1 – ระยะที่ 3 ระยะที่ 1 จำนวน 1.43 ล้านราย และผ่านการทำ Loan Review เพื่อเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ ระยะที่ 2 แล้ว จำนวน 1.34 ล้านราย มูลหนี้ทั้งสิ้น 201,871 ล้านบาท
- โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS11 อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อรวม 59,423 ราย จำนวนเงิน 42,541 ล้านบาท
- โครงการสินเชื่อซื้อ – สร้าง อนุมัติสินเชื่อ 27,370 ราย จำนวนเงิน 37,925 ล้านบาท
- โครงการสินเชื่อซ่อม – แต่ง อนุมัติสินเชื่อ 6,308 ราย จำนวนเงิน 588 ล้านบาท
- โครงการสินเชื่อสวัสดิการข้าราชการและบุคลากรภาครัฐอัตราดอกเบี้ยพิเศษ อนุมัติสินเชื่อ 23,927 บัญชี มูลหนี้ 11,747 ล้านบาท
- โครงการสินเชื่อสร้างงานสร้างอาชีพ อนุมัติสินเชื่อ 370,897 ราย จำนวนเงิน 6,567 ล้านบาท
- มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ รหัส 21 จำนวน 1.09 ล้านราย มูลหนี้ทั้งสิ้น 7,617 ล้านบาท
- โครงการสินเชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อแก้ไขหนี้บุคลากรภาครัฐ สหกรณ์ได้รับความช่วยเหลือ 10,319 บัญชี มูลหนี้ทั้งสิ้น 4,116 ล้านบาท
- โครงการสินเชื่อธนาคารประชาชนเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบ อนุมัติสินเชื่อ 39,716 ราย มูลหนี้ทั้งสิ้น 1,419 ล้านบาท
- โครงการขายฝากหรือให้สินเชื่อจดจำนองที่ดินผ่าน บริษัท มีที่ มีเงิน อนุมัติสินเชื่อ 2,508 บัญชี มูลหนี้ทั้งสิ้น 9,780 ล้านบาท
- โครงการสินเชื่อ Beyond ติดปีก SME อนุมัติสินเชื่อ 774 ราย จำนวนเงิน 4,459 ล้านบาท
- โครงการสินเชื่อปลุกพลัง SME อนุมัติสินเชื่อ 145 ราย จำนวนเงิน 46 ล้านบาท
- โครงการสินเชื่อเพื่อชำระหนี้สินนอกระบบ อนุมัติสินเชื่อ 3,214 ราย มูลหนี้ทั้งสิ้น 576 ล้านบาท
ฯลฯ



