เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม. ได้หารือกับกระทรวงคมนาคม เพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านวิศวกรรมเข้าร่วมตรวจสอบด้วย อาทิ สภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม พร้อมกันนี้จะกำหนดมาตรการ และวิธีการในคืนสภาพพื้นที่ รวมทั้งมาตรการต่างๆ ในการก่อสร้างต่อไป อย่างไรก็ตามจะเร่งหาสาเหตุที่แท้จริงให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด

นายกาจผจญ กล่าวต่อว่า อันดับแรกต้องหาต้นเหตุที่แท้จริงก่อน และต้องเร่งดำเนินการหยุดการเคลื่อนตัวของดิน และน้ำในชั้นใต้ดินก่อน เพราะหากเร่งเติมดินคืนถนนให้กลับมา โดยที่ยังไม่ทราบต้นเหตุ หากมีการเคลื่อนตัวของดินอีก ก็จะเกิดปัญหาเหมือนเดิมได้ อย่างไรก็ตามเวลานี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะสามารถสร้างถนนกลับมาเหมือนเดิมได้เมื่อใด แต่จะเร่งหาต้นเหตุ และคืนถนนกลับมาให้เร็วที่สุด โดยขณะนี้สั่งการให้ผู้รับจ้างหยุดก่อสร้างแล้ว พร้อมทั้งปิดกั้นพื้นที่ก่อสร้างบางส่วน และอพยพประชาชนโดยรอบออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากการเคลื่อนตัวของน้ำใต้ดิน และดินในอุโมงค์ชั้นล่าง ส่งผลให้รอยต่อระหว่างสถานีกับอุโมงค์เกิดการเคลื่อนตัวตามไปด้วย น้ำและดินไหลเข้าไปในพื้นที่สถานี ยอมรับว่าการก่อสร้างต้องล่าช้าออกไปจากแผนงาน แต่จะเป็นระยะเวลาเท่าใด ขอประเมินก่อน

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า เหตุการณ์ถนนทรุด บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลในครั้งนี้ อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ใต้) ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) สัญญาที่ 1  ช่วงเตาปูน-หอสมุดแห่งชาติ วงเงินก่อสร้าง 19,430 ล้านบาท มีกิจการร่วมค้า ซีเคเอสที-พีแอลโดย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น หรือ STEC เป็นผู้รับจ้าง ตามแผนงานคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณเดือน ต.ค. 2570