สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ว่าร่างกฎหมายห้ามการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งมีกำหนดจะมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายปีนี้ เคยถูกเลื่อนออกไป 12 เดือน เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2567

อย่างไรก็ตาม นางเจสสิกา รอสวอลล์ กรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมของอียู กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ระบบเทคโนโลยีสนับสนุนยังไม่พร้อม และจำเป็นต้องใช้เวลาอีกมาก เพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่น

ดังนั้น คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) จะขอเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายออกไปอีก 1 ปี โดยอ้างถึงความกังวลว่า ธุรกิจในยุโรปอาจได้รับผลกระทบ

ประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่นาน หลังอีซีบรรลุข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายฉบับนี้อย่างหนักมาตลอด แม้รอสวอลล์ยืนยันว่า ทั้งสองกรณี “ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด”

อนึ่ง กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่กาแฟไปจนถึงโกโก้ ถั่วเหลือง ไม้ซุง น้ำมันปาล์ม ปศุสัตว์ กระดาษพิมพ์ และยางพารา ซึ่งผลิตในที่ดินที่ถูกตัดไม้ทำลายป่าหลังเดือนธ.ค. 2563 กำหนดให้บริษัทต้องรับผิดชอบในการติดตามห่วงโซ่อุปทาน โดยอาศัยข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และดาวเทียม

อย่างไรก็ตาม คำสั่งห้ามดังกล่าวเผชิญกับเสียงคัดค้าน และความกังวลเกี่ยวกับระเบียบราชการ ต้นทุน และความชัดเจนของกฎหมาย.

เครดิตภาพ : AFP