เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่า ในส่วนที่เป็นงบดิจิทัล ทางพรรคได้เตรียมการอภิปรายไว้แล้ว แต่คงไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องของโครงการ TH-AI Passport อย่างเดียว ขอย้ำว่าโครงการนี้เป็นเงินนอกงบประมาณ แต่ยังมีโครงการไอทีที่ยังอยู่ในงบประมาณอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางพรรคได้เตรียมพร้อมสำหรับการอภิปรายไว้แล้ว
เมื่อถามว่า พบความผิดปกติในงบปี 70 อย่างไรบ้าง นายอิสริยะ กล่าวว่า อย่างที่มีกระแสข่าวออกไปแล้วว่า กระทรวงที่ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่สูงที่สุด คือ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยเพิ่มขึ้นกว่า 30% ซึ่งหากมองในแง่ดี ประเทศมีการลงทุนเรื่องไอทีก็ถือเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่ในรายละเอียดคงต้องรอดูและติดตามในวันอภิปรายงบประมาณ

ด้าน นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า ขอให้รอดูการอภิปรายงบประมาณของแต่ละกระทรวง เนื่องจากทุกกรมจะมีงบประมาณด้าน AI เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ซึ่งถือว่าเป็นยุค AI จริงๆ จากเมื่อปีก่อนที่เป็นยุคของแอปพลิเคชัน ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนติดตามดูว่ามีความผิดปกติและน่าติดตามแค่ไหน กับภาษีของประชาชนที่ถูกนำมาละลายกับ AI
นายกรุณพล ยังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นพ.อลงกต มณีกาศ สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ. ที่มีการประชุมกันในช่วงเช้าวันนี้ (25 มิ.ย.) ว่า ในตอนแรกทาง กมธ. ได้เชิญผู้ที่ได้รับสัญญาจากกระทรวงดีอีมา รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเข้ามาร่วมสอบถาม แต่สุดท้ายบริษัทที่ได้รับสัญญากลับไม่มา ทั้งที่ตอนแรกหลังจากส่งหนังสือเชิญไป ทางบริษัทตอบรับว่ายินดีมาชี้แจง
ดังนั้น ในการประชุมวันนี้จึงมีเพียงหน่วยงานเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับไอทีเข้ามาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ว่า สิ่งที่ภาครัฐเขียนไว้ใน TOR (ขอบเขตของงาน) นั้น มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน และจะสามารถเกิดขึ้นได้จริงภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีและปลัดกระทรวงดีอีเคยระบุไว้หรือไม่



